ยูเอ็นเผยผลการศึกษาพบ 1 ใน 4 ของผู้ชายใน 6 ประเทศเอเชีย-แปซิฟิค ยอมรับเคยข่มขืนสตรีอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ส่วนมากเพื่อความบันเทิง
ยูเอ็น วีเมน หน่วยงานด้านสตรีของสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เผยผลการศึกษาครอบคลุมใน 6 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ จีน กัมพูชา อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และศรีลังกา พบว่า 10% ของผู้ชายที่ตอบแบบสอบถาม ยอมรับว่าเคยข่มขืนสตรีที่มิใช่ภรรยาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และเมื่อรวมการข่มขืนภรรยาหรือคู่รักตนเองด้วย ตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็น 25%
ชายที่ยอมรับว่าเคยบังคับสตรีมีเพศสัมพันธ์ด้วย เกือบ 75% ระบุว่า ทำไปเพราะรู้สึกว่ามีสิทธิทางเพศที่จะทำได้ และมากกว่าครึ่งทำเพราะรู้สึกเบื่อ หรือหาความบันเทิง ขณะ 40% ระบุว่าเป็นเพราะรู้สึกโกรธหรืออยากลงโทษผู้หญิง และมีเพียงครึ่งหนึ่งที่รู้สึกผิด และ 23% เท่านั้นที่เคยถูกจำคุกเพราะการข่มขืน
ส่วนปัจจัยเหตุอื่นๆที่ส่งให้ผู้ชายใช้ความรุนแรงต่อสตรี อาทิ ความยากจน การถูกกระทำทางร่างกายหรืออารมณ์ในวัยเด็ก
นักวิจัยกล่าวว่า ผลการศึกษาที่อ้างอิงจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างชายอายุ 18-49 ปีจำนวน 10,000 คนและสตรี 3,000 คนในบังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ศรีลังกา และปาปัวนิวกินี ช่วงปี 2553-2556 เป็นการศึกษาในหัวข้อนี้โดยใช้กลุ่มตัวอย่างมากที่สุด ซึ่งยูเอ็นจะใช้เป็นแนวทางการรณรงค์หาทางป้องกันต่อไป กระนั้่น ผลศึกษาที่ทำ ครอบคลุมเพียง 6 ประเทศ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดนักว่าอัตราการข่มขืนในประเทศอื่นๆ ทั้งใน และนอกภูมิภาคจะเป็นอย่างไร





