วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรีซส่อแววต้องรับความช่วยเหลือก้อนใหม่

กรีซยังไม่แน่ใจว่ามาตรการช่วยเหลือที่หลีกเลียงไม่ได้ในชุดที่สามจะมีหน้าตาอย่างไร หลังประเทศติดอยู่ในวิกฤติหนี้

ตั้งแต่เริ่มต้นวิกฤติหนี้ในปี 2553 กรีซได้รับข้อตกลงช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปหรืออียู และกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ มูลค่ารวม 2.4 แสนล้านยูโร เปิดทางให้ประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวแห่งนี้ยังคงอยู่ในยูโรโซนได้ต่อไป

จากบทเรียนราคาแพงที่ต้องจ่ายด้วยเศรษฐกิจถดถอยหกปี และมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวด ปัจจุบันกรีซยังคงเผชิญกับช่องว่างทางการเงินถึง 1 หมื่นล้านยูโรในปี 2557-2558

รัฐมนตรีคลังกรีซ นายยานนิส สตูร์นาราส ยอมรับไม่กี่วันหลังจากรัฐมนตรีคลังเยอรมนี นายโวลฟ์กัง เชอร์เบิล กล่าวว่า ประเทศยูโรโซนต้องควักกระเป๋าอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือกรีซ โดยระบุว่า มูลค่าโดยรวมของมาตรการช่วยเหลือชุดที่สามจะน้อยกว่าก่อนหน้านี้มาก พร้อมย้ำการคาดการณ์ของไอเอ็มเอฟที่ว่า กรีซต้องการเงินช่วยเหลือ 4.4 พันล้านยูโรในปี 2557 และอีก 6.5 พันล้านยูโรในปี 2558

เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ผู้นำยูโรโซนเปิดทางสำหรับการให้เงินกู้เพิ่มเติม หากกรีซสามารถปฏิบัติตามแผนการปฏิรูปได้ โดยสมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป นายเจิร์ก อัสมุซเซน ชี้ว่า หากกรีซสามารถได้ดุลเบื้องต้นและดำเนินการปฏิรูปโครงสร้าง รวมทั้งยกเครื่องระบบราชการและระบบภาษี ก็มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างมีเงื่อนไข สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง "ไซริซา" ซึ่งกล่าวหารัฐบาลว่า พยายามลงนามในมาตรการรัดเข็มขัดชุดใหม่ อันเป็นสูตรสำเร็จที่เป็นสาเหตุของหนี้มหาศาลและเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง พรรคไซริซาเตือนว่า หนี้สาธารณะในปีนี้จะมากกว่า 180% ของจีดีพี

ด้านรัฐมนตรีคลังยืนกรานว่า หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากยอดเงินรวมที่ต้องจ่ายเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารกรีซ และให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า ความช่วยเหลือทางการเงินนั้นมีหลายทางเลือก โดยอาจอยู่ในรูปของการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับหนี้ในปัจจุบัน ขยายเวลาชำระหนี้ หรือแม้แต่การปรับโครงสร้างธนาคารกรีซด้วยเงินทุนจากกองทุนช่วยเหลือของยุโรป

ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแพนธีออน นายคอสตาส เมลาส กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือชุดใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเติมเต็มช่องว่าง 1 หมื่นล้านยูโร แต่จะเป็นการเพิ่มภาระหนี้ หากไม่มีการจัดทำมาตรการควบคู่ไปด้วยในรูปของการลดดอกเบี้ยเงินกู้

ขณะที่การใช้มาตรตการรัดเข็มขัดรอบใหม่จะเป็นหายนะทางการเมืองสำหรับรัฐบาลผสมทางการเมืองที่เปราะบาง

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวัน "เคธีเมรินี" ได้พูดถึงความผิดพลาดในโครงการช่วยเหลือกรีซ ซึ่งประเมินลักษณะเฉพาะของเศรษฐกิจและความเป็นจริงทางการเมืองของกรีซต่ำเกินไป พร้อมระบุว่าตัวเลขจีดีพีกรีซติดลบสะสมรวมกันได้กว่า 20% แล้วตั้งแต่เกิดวิกฤติ