วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิตกสงครามกดดันเศรษฐกิจโลก

หวั่นสหรัฐโจมตีซีเรียกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ชี้ทำราคาน้ำมันพุ่ง

การอภิปรายในสภาคองเกรส สหรัฐ เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงการใช้กำลังทหารแทรกแซงในซีเรีย อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น สมาชิกสภาคองเกรสต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ประเมินเรื่องผู้บริโภคและธุรกิจ

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ศักยภาพทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มที่จะจุดชนวนให้เกิดความกังวลต่อราคาน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนจะลงมือปฏิบัติ แต่ความกังวลเหล่านั้นมักสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเมื่อปฏิบัติการเริ่มขึ้น ด้วยราคาน้ำมันที่ลดลง และความผ่อนคลายในการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันสำรองแท้จริงได้กระตุ้นเศรษฐกิจ

การอภิปรายและลงมติของคองเกรสว่าจะใช้กำลังทหารโจมตีซีเรียหรือไม่ จะมีขึ้นในเดือนกันยายน ถือเป็นช่วงเวลาที่อาจเกิดความผันผวน

ความกังวลเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลางมักทำให้ผู้ค้าน้ำมันดันราคาน้ำมันในตลาดซื้อขายล่วงหน้าให้สูงขึ้น เช่นเดียวกับการคาดการณ์ในเรื่องที่ว่า สหรัฐจะใช้กำลังโจมตีซีเรีย ก็ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบสองปีตลอดการซื้อขายในสัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในตลาดนิวยอร์ก ก่อนปรับตัวลดลงและมีส่วนทำให้ตลาดหุ้นผันผวน

นักเศรษฐศาสตร์จากเจ.พี. มอร์แกน เชส รายงานประจำสัปดาห์ต่อลูกค้าว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น 10% ในรอบสามเดือนที่ผ่านมา จะลดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง 0.3% ในครึ่งปีหลัง

รายงานว่าคาดว่า การแทรกแซงทางทหารของชาติตะวันตกจะเป็นมาตรการที่เพียงพอ และจะไม่นำไปสู่การเพิ่มความขัดแย้ง ไม่เฉพาะภายในซีเรียเท่านั้น แต่ในประเทศเพื่อนบ้านด้วย และขณะที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นบางส่วนในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม สะท้อนให้เห็นอย่างแท้จริงถึงการปรับตัวดีขึ้นของภาคอุตสาหกรรมโลก แต่ราคาที่พุ่งขึ้นมากอย่างรวดเร็วเป็นความเสี่ยง

แม้ซีเรียจะไม่ได้เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ แต่เมื่อรวมทั้งภูมิภาคแล้ว ตะวันออกกลางมีปริมาณการผลิต คิดเป็นสัดส่วนน้ำมันหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตโลก ความขัดแย้งใด ๆ ที่ขยายตัวออกจากพรมแดนซีเรีย จะเป็นตัวแทนของภัยคุกคามที่มีต่อแหล่งผลิตปิโตรเลียมในภูมิภาคนี้ ผู้ผลิตน้ำมันบางประเทศรวมทั้งอิหร่านขู่ว่าจะแก้แค้นสหรัฐและพันธมิตร หากโจมตีซีเรีย