บริษัทต่าง ๆ ทั่วเอเชียกำลังเผชิญกับวิกฤติในการจ่ายหนี้ หลังสกุลเงินเอเชียอ่อนค่าทำให้ต้องจ่ายหนี้เงินกู้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมศก.
บริษัทเอเชียกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเป็นจำนวนมหาศาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และพิมพ์เงินเพิ่ม โดยเฉพาะบริษัทในอินเดียและอินโดนีเซีย ที่อัตราดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากต่างประเทศดึงดูดใจกว่ากู้จากธนาคารท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี การที่บรรดาตลาดเกิดใหม่เผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออก ที่มีสาเหตุมาจากความคาดหวังว่าเฟดจะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ ได้ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนไป
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอินเดีย "คริซิล" ในเครือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ รายงานว่า สถานการณ์ในอินเดียน่าตื่นตระหนก บริษัทอินเดียมีหนี้ต่างประเทศที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงรวมกัน 1 แสนล้านดอลลาร์ เงินรูปีอ่อนค่าเกือบ 19% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพิ่มต้นทุนการจ่ายหนี้หากคิดจากสกุลเงินท้องถิ่น
บริษัทในอินโดนีเซียก็เช่นเดียวกัน หลังเงินรูเปี๊ยะห์อ่อนค่าลงเกือบ 12% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนการจ่ายคืนหนี้สูงขึ้น มีบริษัทเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้นที่ป้องกันความเสี่ยงไว้
ผู้สังเกตการณ์จำนวนหนึ่งคาดว่าวิกฤติการเงินในเอเชียปี 2540-2541 จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อบริษัทและธนาคารทั่วภูมิภาคต้องเลิกกิจการ เพราะไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ต่างประเทศภายใต้วิกฤติค่าเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทเอเชียมีหนี้ในสกุลเงินท้องถิ่นในสัดส่วนสูงกว่าอดีต อีกทั้งธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอีกมากที่สามารถใช้ป้องกันค่าเงินได้


