ประธานาธิบดีของบราซิล "ดิลมา รุสเซฟฟ์" เปิดเผยว่า บราซิลมีศักยภาพในการรับมือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางรุสเซฟฟ์ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุในประเทศว่า เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของบราซิลมากเท่ากับประเทศอื่นๆ อาจเห็นได้ชัดว่ามีผลกระทบบ้าง แต่บราซิลยังมีเงินดอลลาร์สำรองจำนวนมาก
เธอกล่าวอีกว่า บราซิลนับเป็นหนึ่งใน 5 หรือ 6 ประเทศในโลกที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด ซึ่งในขณะนี้บราซิลมีอยู่ถึง 372,000 ล้านดอลลาร์
ผู้นำบราซิลเสริมว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายในประเทศ แต่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงสืบเนื่องจากความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะลดการเข้าซื้อพันธบัตร
ตลาดหลายแห่งต่างคาดกันว่า เฟดอาจจะค่อยๆ ถอนมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน
ทั้งนี้ มูลค่าของเงินเรียลบราซิลเทียบกับเงินดอลลาร์ลดลง 15% นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2556 โดยแตะระดับ 2.45 เรียลต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการอ่อนค่าต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551
ธนาคารกลางบราซิลให้คำมั่นเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะอัดฉีดเงินสูงถึง 55,000 ล้านดอลลาร์จนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินเรียลร่วงหนักไปกว่านี้
นอกจากนี้ นางรุสเซฟฟ์ยังอธิบายอีกว่ารัฐบาลของเธอต้องการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความผันผวนของค่าเงินอย่างฉับพลัน โดยล่าสุดเงินเรียลแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.32 เรียลต่อดอลลาร์เมื่อวานนี้


