มาเลเซียเตรียมเริ่มใช้มาตรการที่สื่อในประเทศยกให้เป็นการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังอาชญากรรมเพิ่ม
อธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย "นายอาเลียส อาหมัด" เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ว่า ภายใต้แผนปฏิบัตการ 3 เดือนที่จะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ (1 ก.ย.) ทางการมาเลเซียเตรียมจะเนรเทศคนต่างด้าวกว่า 500,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่พัฒนาน้อยกว่าและมีประชากรมากกว่าอย่างอินโดนีเซีย โดยปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้เจ้าหน้าที่จำนวน 135,000 คน นำโดยเจ้าหน้าที่จากกรมตรวจคนเข้าเมือง
มาเลเซียซึ่งโดยปกติแล้วเป็นประเทศที่มีความเป็นอยู่สบาย กลับมีรายงานหลายสิบกรณีเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนและทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งทางการโทษว่าส่วนใหญ่เป็นฝีมือของกลุ่มมาเฟีย
แม้ว่าตามปกติแล้ว แรงงานต่างชาติเหล่านี้ ไม่ค่อยถูกมองว่าเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาอาชญากรรมอย่างใด แต่การมีอยู่ของแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารจำนวนมาก ได้เพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
กองกำลังตำรวจแห่งชาติของมาเลเซียซึ่งต้องอดทนอดกลั้นต่อกระแสวิจารณ์อย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากรณีที่ถูกมองว่าขาดความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ได้เริ่มมาตรการปราบปรามอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่หลายกลุ่ม
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ภายใต้ปฏิบัติการดังกล่าว ตำรวจสามารถจับกุมผู้สงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับการก่ออาชญากรรมได้จำนวน 1,400 คน
นายอาเลียสระบุว่า ทางการตัดสินใจที่จะเริ่มปราบปรามชาวต่างด้าวจำนวนครึ่งล้านคนที่เคยลงทะเบียนภายใต้โครงการนิรโทษกรรมกรณีเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้อย่างถูกฎหมายหรือถูกเนรเทศ
มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแหล่งดึงดูดแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่าอย่างอินโดนีเซีย บังกลาเทศ พม่า เวียดนาม เนปาล และประเทศอื่นๆ ที่เข้ามาทำงานค่าแรงถูกในโครงการก่อสร้าง โรงงาน และเกษตรกรรม

