วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่าเงินทรุด-เฟ้อสูงฉุดศก.อินโดนีเซีย

ค่าเงินที่ทรุดฮวบ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่สูง ล้วนกดดันสถานภาพของอินโดนีเซียในฐานะซูเปอร์สตาร์แห่งตลาดเกิดใหม่

แนวโน้มเฉพาะหน้าดูน่ากลัว มาตรการที่รัฐบาลและธนาคารกลางนำมาใช้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ถือเป็นยาขนานเอกสำหรับการเยียวยาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่อยู่ในระดับสูงเกือบเป็นประวัติการณ์อันฉุดค่าเงินรูเปียะห์ให้ดิ่งลงและสร้างความแตกตื่นแก่นักลงทุนต่างชาติที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาลเกือบ 1 ใน 3

การคาดหมายว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก ประกอบกับความเป็นไปได้ของการเพิ่มข้อกำหนดทุนสำรองสำหรับธนาคาร และมาตรการกระตุ้นทางการคลังที่ประกาศเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะช่วยสร้างเสถียรภาพแก่ตลาดอินโดนีเซียได้ในระยะยาว และเรียกคืนความน่าเชื่อถือหรือสเน่ห์ของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียอาคเนย์

แต่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าสิ่งที่อินโดนีเซียต้องเผชิญคือความเจ็บปวดระยะสั้นมากขึ้น ผลจากเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินรูเปียะห์อ่อนค่า ขณะที่กระแสทุนต่างชาติก็ลดลงท่ามกลางการคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในกรุงจาการ์ตา ชี้ว่าอินโดนีเซียยังเป็นเหมือนสนามปาร์ตีของนักลงทุน แต่คงไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนก่อน

สภาพการณ์ดังกล่าวแตกต่างจากเมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา ซึ่งนักลงทุนแห่เข้ามาในอินโดนีเซียเพื่อเจาะตลาดชนชั้นกลางที่กำลังเฟื่องฟูในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลอย่างถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ และอื่นๆ เศรษฐกิจขยายตัวปีละไม่ต่ำกว่า 6%

อย่างไรก็ตาม ความต้องการไม่ขยายตัวสูงเหมือนก่อน โดยเฉพาะจากจีน ส่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ลดลง และเงินทุนเริ่มหดหายไป

ผู้จัดการบริษัทแวลู พาร์ทเนอร์ มองว่าสถานการณ์ใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากปั่นป่วนมา 2 สัปดาห์ ทำให้ดัชนีร่วงลง 14% ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.และฉุดเงินรูเปียะห์ให้ต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 10,900 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์ หรือลดลงเกือบ 11% ปีนี้ จนทำให้เป็นเงินสกุลหนึ่งของเอเชียที่ร่วงลงมากที่สุด