หนังสือพิมพ์มาเลเซียน รีเสิร์ฟ รายงานว่า รัฐบาลมาเลเซียอาจขึ้นภาษีสินค้าและบริการหรือจีเอสทีอีก 4% ในปีงบประมาณใหม่ที่จะเริ่มเดือนตุลาคมนี้
การขึ้นภาษีในครั้งนี้ เพื่อจัดการปัญหารการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 14,900 ล้านริงกิต หรือราว 135,000 ล้านบาท
หนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุว่า เลขาธิการของกระทรวงคลังมาเลเซีย "นายโมห์ด อีร์วาน เซริการ์ อับดุลลาห์" เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังมีการหารือหลายมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนสถานะการคลังของประเทศ
นายโมห์ดกล่าวว่า เขาไม่ขัดขวางการขึ้นภาษีจีเอสทีเพราะอยู่ในขั้นตอนดำเนินการแล้ว แต่ต้องรอให้ถึงปีงบประมาณใหม่ก่อน เนื่องจากเป็นมาตรการที่มีผลกับทุกคน
เขาเสริมว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายการคลังกำลังมองหาหลายมาตรการ รวมถึงการให้เงินสนับสนุนอย่างสมเหตุสมผลและจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาล มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ โดยนายกรัฐมนตรีราจิบ ราซัค จะเป็นผู้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้หรือในปีงบประมาณหน้า
การขึ้นภาษีจีเอสทีอาจช่วยให้มาเลเซียมีฐานภาษีที่กว้างขึ้น และช่วยให้รัฐบาลลดการพึ่งพาจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัฐอย่าง "เปโตรนาส"
ทั้งนี้ มาเลเซียมีหนี้สินรัฐบาลสูงถึง 53% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพี และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระดับหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชีย





