นักวิเคราะห์เตือนโจมตีซีเรียไม่เกิดผลดี และอาจทำให้ความขัดแย้งลุกลาม
เสียงกลองศึกในชาติตะวันตกเริ่มดังมากขึ้น ในช่วงที่คณะผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติหรือยูเอ็นพยายามเข้าถึงพื้นที่ต้องสงสัยถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน
จริงๆ แล้วประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส กล่าวก่อนยูเอ็นจะเริ่มออกเดินทางด้วยซ้ำ ว่าสหรัฐและพันธมิตรจะตัดสินใจในเร็ววันว่าจะจัดการอย่างไรกับซีเรีย โดยทางเลือกมีหลากหลายตั้งแต่การเข้มงวดมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ การโจมตีทางอากาศ ไปจนถึงการติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย
การเข้าแทรกแซงจะก่อให้เกิดข้อถกเถียง เพราะมีแนวโน้มว่าอาจเกิดขึ้นโดยปราศจากอาณัติของยูเอ็น ขณะที่รัสเซียก็ขัดขวางการดำเนินมาตรการลงโทษกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด มาตลอด และล่าสุดเตือนว่าการกระทำที่ปราศจากการอนุมัติของยูเอ็น จะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
รองผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์สัมพันธ์ในกรุงปารีส นายดิเดียร์ บิลเลียน เห็นด้วยว่า หากปราศจากมติของยูเอ็น ภาพลักษณ์ของกฎหมายระหว่างประเทศจะเสียหายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้นำทางทหารจากชาติตะวันตกและอาหรับที่ประชุมหารือสถานการณ์ร่วมกันในจอร์แดน มีฉันทามติสอดคล้องกันมากขึ้นว่าหากมีการโจมตีจะดำเนินไปอย่างสั้นๆ กระชับ และแม่นยำ และมีแนวโน้มว่าจะต้องใช้เรือรบสหรัฐสี่ลำที่ประจำการอยู่แถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
หนังสือพิมพ์อังกฤษ เดอะ ไทม์ส รายงานว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อนจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีความเป็นไปได้มาก และเรือดำน้ำอังกฤษน่าจะมีส่วนร่วมในการโจมตีเช่นกัน เป้าหมายของการโจมตีคือการปรามประธานาธิบดีอัสซาดไม่ให้ใช้อาวุธเคมีอีก แต่ไม่ได้พยายามบีบให้ผู้นำซีเรียลงจากตำแหน่ง
ทางเลือกอื่น ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มีทั้ง กำหนดเขตห้ามบินเหนือซีเรียในบริเวณที่จำกัด และจัดหาอาวุธหนักให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งสหรัฐและยุโรปไม่ค่อยกระตือรือล้นนัก เพราะหวั่้นเกรงว่าอาวุธจะตกอยู่ในมือของเครือข่ายอัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นแกนนำในการสู้รบในบางพื้นที่ของซีเรีย
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐเตือนในสัปดาห์ก่อนว่า การกำหนดเขตห้ามบินอาจลากสหรัฐเข้าสู่การแทรกแซงที่ยากลำบากและมีต้นทุนสูง อีกทั้งการแทรกแซงยังมีแนวโน้มจะบ่มเพาะกระแสไม่พอใจในภูมิภาค ซึ่งเป็นการพาดพิงถึงเหตุการณ์สงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน
ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า แม้ลงมือโจมตีในขอบเขตที่จำกัด ก็อาจทำให้ความขัดแย้งลุกลาม จากปัจจุบันที่มีสภาพเหมือนสงครามตัวแทนระหว่างอิหร่านซึ่งนับถือนิกายชีอะห์และสนับสนุนนายอัสซาด กับชาติอาหรับซึ่งนับถือนิกายสุหนี่และสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการทหารอิหร่านเคยเตือนแล้วว่าสหรัฐจะเผชิญผลลัพธ์ที่ร้ายแรงหากล้ำเส้น ขณะที่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เลบานอนระบุว่าหากลงมือโจมตี ทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางจะเปลี่ยนโฉมไปทันที


