วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้มาตรการอินโดฯ เหลวแก้ต้นตอปัญหาศก.

บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่รากหญ้า

เหล่านักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า รัฐบาลกรุงจาการ์ตาล้มเหลวที่จะจ่ายยารักษาโรคอย่างถูกต้องให้กับภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งท่ามกลางการเฝ้ารอคอยของหลายฝ่าย รัฐบาลได้เผยมาตรการออกมาจำนวนหนึ่ง โดยระบุว่า จะช่วยลดปัญหาการขาดดุล ที่เกิดจากปัญหาภายนอกประเทศ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และค้ำจุนระบบต่อความผันผวนภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะลดการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในวันเดียวกันนั้น ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ยังได้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจฉบับใหม่ เพื่อหนุนสภาพคล่องเงินดอลลาร์ ด้วยการขยายระยะเวลาในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้อยู่ระหว่าง 1 วัน ถึง 12 เดือน จากเดิมที่ 7 วัน 14 วัน 30 วัน พร้อมผ่อนคลายกฎข้อบังคับสำหรับผู้ส่งออกที่ซื้อเงินดอลลาร์

นักวิเคราะห์ากอิโคนิต สถาบันวิจัยอุตสาหกรรม การค้า และเศรษฐกิจ "นางเฮนดรี ซาพารานิ" กล่าวว่า มาตรการเศรษฐกิจชุดล่าสุดนี้ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการฝ่าฝันปัญหาระยะสั้น เพื่อแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างของเศรษฐกิจ

นางซาราพานิ บอกว่า อินโดนีเซียควรที่จะแก้ปัญหาขาดดุลการค้า ที่สร้างแรงกดดันให้กับดุลบัญชีชำระเงิน ด้วยการส่งเสริมการส่งออกสินค้าภาคการผลิต แทนที่จะให้การสนับสนุนสินค้าโภคภัณฑ์ ที่ปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% ของยอดส่งออกโดยรวมของประเทศ และว่า ถ้าจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางได้นั้น รับบาลอินโดนีเซียจะต้องเตรียมพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือหลากหลายอย่าง พร้อมวางกลยุทธ์แบบเจาะจง

นักวิเคราะห์รายนี้ ยังมองในด้านลบว่า มาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้ดีเซลชีวภาพ ในฐานะเชื้อเพลิงทางเลือกของรถยนต์ อาจจะไร้ประสิทธิภาพ เหมือนกับโครงการก่อนหน้านี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นตามที่ตั้งความหวังไว้

ขณะนักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และการเงิน (อินเดฟ) "นางเอนนี ฮาร์ตาติ" ก็สะท้อนความกังวลของนางซาราพานิออกมาเช่นเดียวกัน โดยเธอบอกว่า มาตรการเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลกรุงจาการ์ตา ครอบคลุมการดำเนินงานน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และไม่ได้สร้างความรู้สึกด้านบวกให้กับภาคธุรกิจมากเพียงพอ

นางฮาร์ตาติ กล่าวว่า โดยภาพรวมแล้ว ดูเหมือนมาตรการใหม่นี้จะเป็นเหมือนการให้ยารักษา ที่ไม่ถูกต้องตามอาการ อย่าง การยกเลิกโควต้านำเข้า และไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริง อย่างเช่น การขาดแคลนการจัดหา ที่ต้องการมาตรการระยะสั้นเข้ามายกระดับผลผลิต

นอกจากนั้น ต้นตอที่ทำให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากตระกร้าราคาอาหารสด ที่ถูกบิดเบือนราคาไป โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดมีผู้เล่นเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ดังนั้น เครื่องมือที่รัฐบาลนำมาจึงไม่ประสบความสำเร็จ และอาจโดนผู้เล่นในตลาดแย่งชิงไปเป็นเครื่องมือในการควบคุมราคาได้