เอสแอนด์พีเชื่อปัญหาตลาดเกิดใหม่ไม่ยืดเยื้อ! หลังตลาดเงิน-ทุนปั่นป่วน จากเงินทุนไหลออก
ค่าเงินรูปีของอินเดียถูกเทขายจนร่วงลงไปเกือบ 15% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียและเงินเรียลของบราซิลลดลง 10% เงินลีราของตุรกีร่วงลงกว่า 5%
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นึกถึงวิกฤติปี 2540 ที่เปิดฉากขึ้นในไทย ซึ่งในครั้งนั้นนักลงทุนพากันถอนเงินลงทุนออกไปอย่างแตกตื่น ส่งผลให้ค่าเงินบาททรุดฮวบ และปัญหาก็ลุกลามไปอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย โดยเงินทุนจากต่างชาติหายไปเกือบในพริบตา
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ แห่งอินเดีย กล่าวว่าประเทศตลาดเกิดใหม่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเมื่อปี 2534 อินเดียมีทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศในปริมาณเท่ากับเพียง 15 วัน ขณะที่ปัจจุบันทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศของอินเดียมีปริมาณเท่ากับ 6-7 เดือน ดังนั้นจึงเปรียบเทียบกันไม่ได้เลยกับวิกฤติการณ์ในอดีต
ด้านนายพอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล เขียนในบล็อกของนิวยอร์กไทม์ส ว่าเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดกิดใหม่ดูเหมือนเป็นฟองสบู่ แต่เขาคิดว่าไม่มีเหตุผลดีๆ ที่จะเชื่อว่าการแตกออกของฟองสบู่ครั้งนี้จะเป็นหายนะ
บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ มีความเห็นทำนองเดียวกัน โดยระบุในรายงานว่ากระแสเงินทุนไหลออกถือเป็นเรื่องปั่นป่วนแต่ไม่ถึงจะทำให้ทุกสิ่งล่มสลาย พร้อมระบุว่าประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ในเอเชียจะฝ่าฟันความปั่นป่วนในครั้งนี้ไปได้ โดยที่เศรษฐกิจไม่ทรุดตัวมากนักหรือเผชิญความผันผวนทางการเงินที่ยืดเยื้อ
นายครุกแมน กล่าวว่าอสิ่งที่ทำให้วิกฤติการเงินเอเชียปี 2540 เลวร้ายมาก เพราะหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศในระดับสูง ซึ่งเรื่องดังกล่าวดูไม่ใช่ประเด็นสำคัญในขณะนี้
นายไรอัน เอเวนต์ แห่งนิตยสารอีโคโนมิสต์ เขียนในบล็อกว่าประเด็นที่น่าวิตกคือความเป็นไปได้ที่รัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อาจดำเนินนโยบายผิดพลาด ในช่วงของการพยายามสกัดการอ่อนค่าของสกุลเงิน โดยการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนอย่างไม่ระมัดระวัง อาจเป็นชนวนให้เกิดการแตกตื่นและกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ทั้งยังระบุว่าธนาคารกลางประเทศค่างๆ อาจไปขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อหวังปกป้องค่าเงิน
ด้านฟิทช์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่ง กล่าวว่าการบริหารนโยบายจะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินว่าอินเดียและอินโดนีเซียจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินไว้ได้หรือไม่ หลังจากค่าเงินและราคาสินทรัพย์ตกอยู่ใต้แรงกดดัน
นายมาร์เทน-แจน บัคคุม แห่งธนาคารไอเอ็นจีของเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นการปรับตัวที่เจ็บปวดสำหรับบรรดาตลาดเกิดใหม่ เพราะหลังจากค่าเงินแข็งค่ามาหลายปี ตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเมื่อไม่มีการแก้ปัญหาอย่างถูกจุด จึงมีการเทขายเงิน
ด้านนายไซมอน เดอร์ริก หัวหน้านักยุทธศาสตร์ค่าเงินแห่งบีเอ็นวาย เมลลอน กล่าวว่าการปล่อยให้ค่าเงินร่วงลงอาจเป็นการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดสำหรับตลาดเกิดใหม่บางชาติ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าช่วงปี 2551 เมื่อครั้งที่ตลาดเกิดใหม่พยายามยับยั้งการไหลออกของเงินทุนนั้น ก็ไม่สามารถทำได้ แม้ทุ่มเงินเข้าแทรกแซงถึง 20% ของทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ


