วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นอินโดฯเจอปัญหาเศรษฐกิจซ้ำรอยอินเดีย

นักเศรษฐศาสตร์หวั่นอินโดนีเซียเจอปัญหาเศรษฐกิจซ้ำรอยอินเดีย หลังค่าเงินร่วงหนัก

เงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 4 ปีวานนี้ ขณะที่หุ้นดิ่งลงมากที่สุดในรอบ 22 เดือน ส่วนพันธบัตรรัฐบาลซบเซาเพราะวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่มากขึ้นในประเทศแห่งนี้ ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์

รัศมีของอินโดนีเซียในฐานะแหล่งหลบภัยสำหรับนักลงทุนเริ่มหมองลง ผลจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่มากขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นและการชะลอการปล่อยกู้ของภาคธนาคารมีแนวโน้มจะบั่นทอนความต้องการในประเทศ

นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่าอินโดนีเซียกำลังเผชิญแนวโน้มจะถูกนักลงทุนเมิน เหมือนยักษ์ใหญ่ในเอเชียอีกชาติคืออินเดีย ซึ่งทั้งค่าเงินและหุ้นร่วงลงเพราะนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล

นายอีริก สุกันดี นักเศรษฐศาสตร์แห่งสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดในกรุงจาการ์ตา กล่าวว่ามีความเสี่ยงที่อินโดนีเซียอาจมีสภาพเหมือนอินเดีย เพราะความเสี่ยงในตลาดถูกแทนที่ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

สาเหตุที่ทำให้ค่าเงินรูเปียะห์และหุ้นร่วงลง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้น มาจากข่าวที่ว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงไตรมาส 2 เลวร้ายกว่าคาดไว้ที่ 9,800 ล้านดอลลาร์ อันเป็นจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการณ์

นักเศรษฐศาสตร์แห่งเครดิตสวิส ระบุว่า นับถึงปลายเดือนก.ค. ทุนสำรองสกุลต่างประเทศของอินโดนีเซียมีจำนวน 92,700 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12,400 ล้านดอลลาร์จาก 2 เดือนก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่าแม้ระดับทุนสำรองยังเท่ากับปริมาณการนำเข้า 5 เดือนครึ่ง แต่ธนาคารกลางไม่สามารถเดินหน้านำทุนสำรองไปใช้ในระดับปัจจุบันได้โดยที่ตลาดไม่รู้สึกวิตก

ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดิ่งลง 5.58% วานนี้ นับเป็นการดิ่งเหวมากที่สุดตั้งแต่เดือนต.ค. 2554 การทรุดตัวของดัชนีหุ้นเมื่อวานนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหุ้นร่วงลงไป 2.5% เมื่อนักลงทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนออกไปเกือบ 90 ล้านดอลลาร์ เพราะวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดการเข้าซื้อพันธบัตร ทำให้สภาพคล่องในโลกลดน้อยลง

หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดคือหุ้นภาคธนาคาร หลังจากธนาคารกลางเผยแผนควบคุมการปล่อยกู้ รวมถึงลดสัดส่วนสูงสุดสำหรับจำนวนเงินกู้ต่อเงินฝาก

นายชาติบ บัสรี รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่าไม่วิตกเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินรูเปียะห์ และคาดว่าการขาดดุลบัญชีเงินสะพัดจะลดลง แม้ปีหน้าจะยังขาดดุลอยู่ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นายอากุส มาร์โทวาร์โดโจ ผู้ว่าการธนาคารกลาง กล่าวว่าเงินรูเปียะห์ถึงจุดสมดุลครั้งใหม่ อันสะท้อนว่าธนาคารกลางรับได้กับการอ่อนค่าของเงินรูเปียะห์ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออก ตราบใดที่การร่วงของค่าเงินไม่กระทันหันเกินไป พร้อมคาดว่าแรงกดดันต่อดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลงในครึ่งปีหลัง

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอทำท่าจะบั่นทอนการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นสิ่งที่เศรษฐกิจอินโดนีเซียพึ่งพามานาน ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อที่สูงก็จำกัดแนวโน้มการบริโภคในประเทศให้ฟื้นตัวได้ไม่มากนัก

ความผันผวนในตลาดมีขึ้นหลังจากเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะโต 6.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะมีปัญหาในการขยายตัวให้ได้ตามเป้าหมาย 6%