วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอเชียหมดยุคข้าวราคาถูก

กลุ่มคลังสมองอังกฤษ ชี้ ยุค "ข้าวราคาถูก" จากเอเชีย ที่ดำเนินมานานหลายทศวรรษ กำลังจะหมดไป

นายเควิน วัตกินส์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาต่างแดน กลุ่มคลังสมองด้านการพัฒนา ในกรุงลอนดอน อังกฤษ เผยรายงานฉบับล่าสุด ที่แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่ยุคสมัยของข้าวราคาถูกจากเอเชียกำลังจะหมดไป หลังตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2513 มาจนถึงช่วงต้นของทศวรรษ 2543 ราคาข้าวร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยปรับปรุงการใช้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และระบบชลประทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ราคาข้าวเริ่มขยับสูงขึ้นในปี 2545 และไม่เคยกลับไปอยู่ในระดับก่อนหน้านี้อีกเลย นับแต่ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นไปกว่า 3 เท่า จากวิกฤติอาหารในปี 2550-2551 ทั้งในช่วงต้นปีนี้ ราคาข้าวยังพุ่งไปอยู่ที่ 550 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าราคาเมื่อปี 2543 ถึง 2 เท่า

นายวัตกินส์ ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าว ถือเป็นผลดีสำหรับชาวนา และแรงงานที่เกี่ยวข้อง เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้แรงงานในภาคเกษตรเหล่านี้หลุดพ้นจากภาวะยากจนได้

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ข้างต้น ที่ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคฐานะยากจน ที่พำนักอยู่ในเขตเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บางส่วนของแอฟริกา ทวีปที่ต้องนำเข้าข้าวจากเอเชีย

รายงานระบุด้วยว่า ราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้นนี้ เป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าจ้างแรงงานที่ขยับสูงขึ้น น้ำมัน และปุ๋ยที่มีราคาแพงขึ้นอย่างมาก นอกเหนือไปจากการที่หลายประเทศ อาทิเช่น จีน อินเดีย และไทย มีการสำรองข้าวเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ปริมาณข้าวเก็บสำรองในโกดังทั่วโลก เพิ่มขึ้น จากระดับ 75 ล้านตันเมื่อปี 2549 - 2550 มาอยู่ที่ 105 ล้านตัน ในปี 2554-2555