อินเดียแต่งตั้งอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ขึ้นเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางคนใหม่ ท่ามกลางค่าเงินทรุดตัว
กระทรวงการคลังแถลงว่านายรากูรัม ราจัน จะทำหน้าที่ผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นเวลา 3 ปี ต่อจากนายดี.ซับบาเรา ซึ่งจะหมดวาระเดือนหน้า
นายราจันสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกจากสถาบันเอ็มไอทีและได้รับการยกย่องในฐานะคาดหมายล่วงหน้าว่าโลกจะเผชิญวิกฤติการเงินได้ถึง 2 ปี ก่อนเกิดวิกฤติการเงินจริงในปี 2551 นายราจันมีอายุ 50 ปีและเป็นที่ปรึกษาที่อาวุโสที่สุดในกระทรวงการคลัง ทั้งยังมีชื่อเสียงในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ที่มีแนวคิดส่งเสริมตลาดเสรีอย่างมาก
ก่อนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจอินเดียนั้น นายราจันเคยเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชิคาโก ทั้งยังเขียนหนังสือเรื่อง "Fault Lines" เกี่ยวกับระบบการเงินโลกหลังจากเกิดวิกฤติซับไพรม์
เขาเดินทางกลับจากสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว และเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก แนวคิดของเขาเน้นที่การผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงิน และคาดว่าเขาจะนำแนวคิดใหม่ๆ มาสู่ธนาคารกลาง ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่ามีแนวคิดอนุรักษ์นิยมมากเกินไป
การเข้ารับตำแหน่งของนายราจันมีขึ้นในช่วงที่อินเดียกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการไหลออกของเงินทุนผลจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การขาดดุลมหาศาล การปฏิรูปเศรษฐกิจที่ชะงักงัน และเรื่องอื้อฉาวทุจริตที่ทำให้กระบวนการทางการเมืองเป็นอัมพาต
การแต่งตั้งนายราจันมีขึ้นหลังจากค่าเงินรูปีร่วงลงแตะระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 61.80 รูปีต่อดอลลาร์
เมื่อเดือนที่แล้ว เขาเคยกล่าวว่าจะพิจารณาทางเลือกทุกอย่างเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ค่าเงินอินเดีย ขณะเดียวกันก็กล่าวว่าการปกป้องค่าเงินรูปีไม่ควรกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ เงินรูปีได้รับแรงกดดันจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากเป็นประวัติการณ์ของอินเดีย การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ระดับ 5% และความวิตกว่าสหรัฐจะลดมาตรการคิวอี ซึ่งทำให้นักลงทุนถอนการลงทุนออกจากตลาดเกิดใหม่





