ไอเอ็มเอฟ ชี้นโยบาย "อาเบะโนมิคส์" ส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า การใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ "อาเบะโนมิคส์" ของนายกรัฐมตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวโดยรวมของเศรษฐกิจโลก แต่ถ้านโยบาย "อาเบะโนมิคส์" ล้มเหลวก็จะมีผลเสียอย่างหนักต่อเศรษฐกิจโลกด้วย
ในรายงานประเมินนโยบายเศรษฐกิจของหลายประเทศนั้น ไอเอ็มเอฟได้นำปัจจัยหลายอย่างมาพิจารณา อาทิเช่น การร่วงลงอย่างหนักของเงินเยนภายใต้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางญี่ปุ่น
ไอเอ็มเอฟระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงของเงินเยนที่ร่วงลง 10% ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมน้อยมาก หากรัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าใช้นโยบาย "อาเบะโนมิคส์" อุปสงค์ในประเทศก็จะดีดตัวขึ้นและทำให้เกิดเงินเฟ้อต่อราคาสินค้า ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงของเงินเยนแข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ดี หากการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงิน การปรับสมดุลการคลัง และการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ไม่ประสบผลสำเร็จ ผลผลิตในญี่ปุ่นอาจร่วงลง 4% หลังผ่านไป 10 ปี และผลผลิตทั่วโลกอาจหดตัวถึง 2% ของจีดีพี
ทางด้านนางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ยังได้เรียกร้องให้มีความร่วมมือด้านนโยบายระดับโลกและการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งอาจจะช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายได้ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
นางลาการ์ด ระบุว่า ไอเอ็มเอฟ ไม่มีคำแนะนำด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จที่เหมาะสมสำหรับประเทศสมาชิกทั้ง 188 ประเทศของไอเอ็มเอฟ และแต่ละประเทศควรดำเนินการเสริมความแข็งแกร่งทางการคลังที่แตกต่างกันและควรกำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปที่แตกต่างกัน
เธอกล่าวด้วยว่า กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งรวมถึงยูโรโซน ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญ และควรจะมีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและสหภาพการธนาคารในแนวทางที่ครอบคลุมในภูมิภาค





