การประชุมกำหนดนโยบายของเอฟโอเอ็มซีวันนี้(30ก.ค.)เตรียมลดปริมาณซื้อบอนด์ในตลาด ด้านนักวิเคราะห์คาดคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
การประชุมของคณะเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเอฟโอเอ็มซี ที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ (30 ก.ค.) มีแนวโน้มที่จะถกเถียงกันถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการเตรียมตลาดการเงินให้พร้อมสำหรับการลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาด อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าเอฟโอเอ็มอีอาจต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม ก่อนที่จะปิดฉากการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
แม้เหล่านักวิเคราะห์จะคาดว่า การหารือครั้งนี้จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายมากนัก แต่คณะเจ้าหน้าที่อาจจะมีการออกแถลงการณ์หลังการประชุม ที่บ่งชี้ถึงการวางแนวทางสำหรับการเริ่มต้นลดโครงการการเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน อย่างเร็วที่สุดในต้นเดือนกันยายนนี้
ผู้จัดการพอร์ทลงทุนกองทุนอีตัน แวนซ์ "นายอีริค สไตน์" แสดงความเห็นว่า เอฟโอเอ็มซีอาจบอกเป็นนัยถึงความเป็นไปได้ที่จะลดการดำเนินมาตรการลงมา หากเศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่า ในการประชุมครั้งสุดท้าย ระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายนที่ผ่านมา ประธานธนาคารกลางสหรัฐ "นายเบน เบอร์นันเก้" ได้กำหนดเวลาที่จะยุติการเข้าซื้อไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2557
ถ้อยแถลงในครั้งนั้นของนายเบอร์นันเก้ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น สถานการณ์ที่ทำให้ประธาน และเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ออกมาผนึกกำลังกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตลาดว่า แม้เฟดใกล้จะลดปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเลิกสนับสนุนเศรษฐกิจไปเลย เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า เฟดมีงบดุลอยู่จำนวนมหาศาล และธนาคารยังมีความตั้งใจที่จะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับ 0% ต่อไปอีกเป็นเวลานาน
ทางด้านเว็บไซต์ซีโรเฮดจ์ ดอท คอม เผยผลสำรวจความเห็น สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกทั้ง 12 แห่ง รวมถึง โกลด์แมน แซคส์ เจพีมอร์แกน เครดิตสวิส และโนมูระ ซิเคียวริตี้ส์ ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่า โดยพบว่า ในจำนวนนี้ มีอยู่ 9 ราย ที่คาดว่า เฟดจะเริ่มลดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลในวงเงินมากสุด 65,000 ล้านดอลลาร์ในแต่ละเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้เป็นต้นไป โดยอีก 3 ราย คือ บีเอ็นพี พาริบาส์ แบงก์ ออฟ อเมริกาและสโกเทียแบงก์ ที่คาดว่าเฟดจะเริ่มลดใช้คิวอีในเดือนธันวาคมปีนี้
ทั้งนี้ คาดกันว่า รายงานของรัฐบาลสหรัฐ ที่จะออกมาในวันพุธนี้ (31 ก.ค.) จะแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะขยายตัวลดลง แต่รายงานอีกฉบับที่จะออกมาในวันศุกร์ (3 ส.ค.) คาดว่าจะแสดงให้เห็นถึงอัตราการว่างงานที่ปรับลดลงเล็กน้อยในเดือนก.ค. ที่ 7.5% จากเดิมที่ 7.6% ในเดือนมิ.ย.
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การประชุมกำหนด 2 วันครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะชั่งน้ำหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในคำที่ใช้เพื่อบอกถึงแนวทางการกำหนดดอกเบี้ย และให้คำรับประกันที่แข็งขันมากขึ้นถึงการดำเนินมาตรการเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำ
เมื่อเดือนธันวาคม 2551 เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยชั่วข้ามคืนลงมาอยู่ในระดับใกล้กับ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตร เพื่อให้ต้นทุนกู้ยืมระยะยาวถูกลง ทำให้มีงบดุลเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัวมาอยู่ที่ 3.53 ล้านล้านดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเกือบ 0% ไปจนกว่าอัตราการว่างงานจะร่วงลงมาอยู่ที่ระดับอย่างน้อยสุดที่ 6.5% และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้


