วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนงดมาตรการกระตุ้นหลังจีดีพีชะลอ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ขยายตัว 7.5% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์

นายเฉิน ไล่หยวน โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่าจีดีพีที่ลดลงเป็นผลจากศักยภาพการผลิตที่ลดลง พร้อมชี้ถึงภาวะการณ์ในโลกที่ยังซับซ้อนและรุนแรง อันน่าจะหมายถึงการฟื้นตัวที่อ่อนแอในชาติตะวันตก นอกจากนั้น เศรษฐกิจที่ชะลอลงยังเป็นผลจากการดำเนินมาตรการของผู้นำใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่มุ่งลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน โดยหันมาเน้นส่งเสริมการบริโภคในประเทศ

นายเฉินกล่าวว่าจีดีพียังน่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 7.5% ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางกล่าวว่ารัฐบาลจะเพิ่มแรงจูงใจเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ในความพยายามสร้างเสถียรภาพให้การเติบโต

ที่ผ่านมา ผู้นำจีนล้วนประกาศเป้าหมายระยะยาวของการสร้างสมดุลเศรษฐกิจ และนับจากขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนมี.ค. นายสี จิ้นผิง ก็ลดความสำคัญของการผลักดันการส่งออกและการลงทุน โดยหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายแมทธิว เซอร์คอสตา นักเศรษฐศาสตร์ของมูดีส์อนาไลติกส์ ระบุว่าผู้ผลิตเพื่อการส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาในโลก ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็กำลังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการปิดอุตสาหกรรมบางภาคที่มีกำลังผลิตมากเกิน อย่างเหล็ก

ขณะที่นางเหยา เว่ย นักเศรษฐศาสตร์แห่งโซซิเอเตเจเนอรัล เตือนว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวลงอีกในช่วงที่เหลือของปี เพราะรัฐบาลไม่มีแนวโน้มจะกระตุ้นเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์ชี้ว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จะกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งผลักดันการปฏิรูปให้หนักกว่าเดิม เพราะทางเลือกของการอัดฉีดเงินมากขึ้นเข้าสู่เศรษฐกิจผ่านการผ่อนคลายการเงินนั้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดสินเชื่อที่ร้อนแรงอยู่แล้ว ยิ่งขยายตัวมากขึ้น

นายเซียง ซองโจว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งอกริคัลเจอรัลแบงก์ออฟไชนา กล่าวว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะบีบให้รัฐบาลผลักดันการปฏิรูป อันจะนำไปสู่การกำเนิดของกลไกใหม่ที่ส่งเสริมการเติบโต