เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในนครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่เดินขบวนประท้วงเรียกร้องสภาพแวดล้อมในการทำงาน
การเดินขบวนอย่างสงบในนครริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมทั่วบราซิล กลายเป็นเหตุรุนแรงเมื่อผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งของ และเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม
ทั้งนี้ สมาพันธ์แรงงานสำคัญของบราซิลห้าแห่งเป็นผู้จัดการชุมนุมนาน 1 วันเมื่อวานนี้ขึ้นมา โดยเรียกการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ว่า "วันต่อสู้แห่งชาติ" และเรียกร้องให้มีการปรับค่าจ้าง ลดชั่วโมงการทำงาน สร้างความปลอดภัยในการทำงาน ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะ แก้ปัญหาเงินเฟ้อ ลงทุนด้านสาธารณะสุขและการศึกษาให้มากขึ้น โดยผู้ชุมนุมปิดทางหลวง 40 สายใน 18 รัฐ จาก 26 รัฐ และท่าเรือหลายแห่ง รวมทั้งท่าเรือซานโตส ที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา
ผู้ร่วมชุมนุมมีตั้งแต่ผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าของร้านค้า ข้าราชการพลเรือน ครู และแม้แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
ในกรุงบราซิเลีย ตำรวจปิดล้อมอาคารรัฐสภา ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมราว 1 พันคนเข้ามาได้ ซึ่งรวมถึงนักเคลื่อนไหวด้านการเกษตรหลายร้อยคน อาทิเช่น ขบวนการแรงงานไร้ที่ดิน ที่ยึดครองสำนักงานปฏิรูปที่ดินแห่งชาติ เพื่อกดดันให้ปฏิรูปที่ดินเร็วขึ้น
สหภาพแรงงานสำคัญของบราซิลยังมีท่าทีไม่ตรงกัน ว่าจะสนับสนุนประธานาธิบดีดิลมา รูสเซฟฟ์ ต่อไปหรือไม่ หลังจากเดือนที่แล้วเธอรับปากว่าจะฟังเสียงผู้ชุมนุมบนท้องถนน และจะเพิ่มการลงทุนด้านการขนส่งสาธารณะ สุขภาพ และการศึกษา





