รัฐมนตรีเศรษฐกิจและรัฐมนตรีคลังจาก 28 ประเทศสมาชิกอียูมีมติรับลัตเวียเป็นสมาชิกชาติที่ 18 ของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร ตั้งแต่ 1 ม.ค.ปี"57
นายกรัฐมนตรีวัลดิส ดอมบรอฟสกี้ ผู้นำลัตเวีย ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เพียงจะเป็นข่าวดีต่อลัตเวียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยุโรป และกลุ่มยูโรด้วย
ขณะที่รัฐมนตรีคลังลัตเวีย นายแอนดิรส วิคส์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันที่มีความสำคัญมาก และว่า แม้กลุ่มยูโรอาจจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากต่อไปอีกหลายปี แต่ลัตเวียก็หวังว่า การเข้าเป็น 1 ในประเทศที่ใช้เงินยูโร จะทำให้เกิดการลงทุน และพัฒนาขึ้นในประเทศ
เมื่อเข้าร่วมกลุ่มยูโรแล้ว เศรษฐกิจของลัตเวียจะมีขนาดเล็กสุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มโดยจะมีขนาดใหญ่กว่าไซปรัส และมอลตาเท่านั้น ด้วยมูลค่าผลผลิตรายปีที่ราว 22,300 ล้านยูโร และมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.2% ของเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโดยรวม
นายดอกมบรอฟสกี้ ผู้นำลัตเวีย กล่าวด้วยว่า เงินยูโรจะช่วยลดต้นทุนในการแปลงค่าเงินให้กับประเทศที่มีขนาดเล็กของเขา ทั้งยังจะช่วยดึงดูดการลงทุน และทำให้เกิดพัฒนามากขึ้น พร้อมบอกด้วยว่า ปัจจุบันราว 70% ของการค้าต่างประเทศของลัตเวียก็อยู่ในรูปเงินยูโรอยู่แล้ว
ขณะที่บรรดารัฐมนตรีคลังยุโรป พากันบอกปัดข้อวิตกในเรื่องที่ว่า อาจจะเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับการขยายขนาดของกลุ่ม ในขณะที่ภูมิภาคกำลังดิ้นรนสนับสนุนชาติสมาชิกที่อยู่ในภาวะขาดแคลนเงินสด
นายโอลลี่ เรห์น กรรมาธิการกิจการการคลัง และเศรษฐกิจอียู ระบุว่า บรรดาประเทศที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ด้วยการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการขาดสมดุลในเศรษฐกิจมหภาคมากจนเกินไป หรือเงินสาธารณะที่ไร้เสถียรภาพ ประเทศเหล่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกยูโร


