ภราดรภาพมุสลิม เคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก เนื่องจากกองทัพอียิปต์กระทำการยึดอำนาจโดยมีประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก
อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศด้านกิจการตะวันออกกลางของสหรัฐ "นายจอน อัลเทอร์แมน" ระบุอุณหภูมิความรุนแรงในอียิปต์อาจเพิ่มสูงขึ้น หลังจากกลุ่มภราดรภาพมุสลิมซึ่งยังมีอำนาจสั่งการผู้สนับสนุน หันมาเล่นการเมืองนอกสภาหลังมีการโค่นอำนาจอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี
นายอัลเทอร์แมน กล่าวว่า กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มอิสลามเคร่งจารีต คงจะเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก เนื่องจากกองทัพอียิปต์กระทำการยึดอำนาจโดยมีประชาชนสนับสนุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดี กลุ่มดังกล่าวอาจจะพอใจกับจำนวนมวลชนชาวอียิปต์ของตนซึ่งอยู่ระหว่าง 10 ถึง 20 ล้านคน และถ้าหากกลุ่มนี้เล่นการเมืองบนท้องถนนก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที
เขากล่าวว่า กลุ่มภราดรภาพมุสลิมอาจตัดสินใจว่า ทางเดียวที่จะทวงสิ่งที่ตัวเองสมควรได้กลับคืนมาคือการเปลี่ยนเกม ไม่ใช่การลงไปเล่นเกม และนั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกลุ่มดังกล่าวจากที่เคยมีจุดยืนอีกแบบเมื่อ 1 ปีก่อน
การปะทะกันระหว่างหน่วยรักษาความมั่นคงกับกลุ่มผู้สนับสนุนนายมอร์ซียังคงดำเนินต่อไป นับตั้งแต่ประธานาธิบดีคนแรกของอียิปต์ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยถูกโค่นอำนาจโดยกองทัพเมื่อวันที่ 3 ก.ค. หลังมีการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเป็นเวลา 4 วัน
นายอัลเทอร์แมน บอกด้วยว่า หลังจากมีการโค่นอำนาจนายมอร์ซีโดยกองทัพ รัฐบาลสหรัฐก็ถูกมองว่าเข้าข้างทั้งฝ่ายกลุ่มภราดรภาพมุสลิมและกองทัพอียิปต์ ทำให้ทุกคนต่างไม่พอใจกับท่าทีของสหรัฐ และว่า รัฐบาลของนายโอบามาคิดผิดที่สั่งหยุดให้เงินช่วยเหลือปีละกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ต่ออียิปต์ เขาคิดว่าเงินช่วยเหลือก้อนนี้ไม่ควรถูกยกเลิก ถึงแม้จะทำเพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่นั่นไม่มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ บรรดาพันธมิตรแนวร่วมอิสลามเคร่งจารีต ที่ให้การสนับสนุนประธาธิบดีมอร์ซี ประกาศที่จะประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจให้กับนายมอร์ซี หลังเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนนายมอร์ซี กับฝ่ายต่อต้าน และทหาร เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ก.ค.) จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 1,100 คน ทั่วประเทศ


