กิจกรรมภาคการผลิตของอินโดนีเซียโตขึ้นในเดือนมิ.ย. ขณะที่ยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของเอชเอสบีซี มาร์คิต ระบุว่า กิจกรรมภาคการผลิตในอินโดนีเซียขยายตัวขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
ดัชนีของเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 51.0 เทียบกับดัชนีของเดือนพฤษภาคมซึ่งอยู่ที่ 51.6 และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 4 เดือน โดยหากตัวเลขผลสำรวจเกินระดับ 50.0 หมายถึงมีการขยายตัว แต่หากต่ำกว่า 50.0 ก็หมายถึงมีการหดตัวในกิจกรรมภาคการผลิต
ยอดสั่งซื้อสินค้ารอบใหม่ในอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตขึ้น 13 เดือนติดต่อกัน แต่ยอดส่งออกลดลงในเดือนมิถุนายน เนื่องจากความต้องการจากยุโรปที่ซบเซา ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราซึ่งไม่เป็นตามที่หวังไว้
นางซู เซียน ลิม นักเศรษฐศาสตร์จากเอชเอสบีซี กล่าวว่า ยอดการส่งออกที่หดตัวลงเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากภายนอกท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี ภาพรวมของดัชนีพีเอ็มไอแสดงให้เห็นว่าความต้องการภายในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง สามารถชดเชยการหดตัวครั้งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมการซื้อของบริษัทที่ถูกสำรวจ แสดงให้เห็นว่า มีการเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและเร็วขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันต้นทุนวัตถุดิบยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน เป็นผลมาจากราคาที่สูงขึ้นของเชื้อเพลิงและน้ำมัน โดยอินโดนีเซียได้ขึ้นราคาเชื้อเพลิงเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ทางการอินโดนีเซียคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะสามารถโตขึ้นราว 6% ในปีนี้


