อียูเตือนสหรัฐว่าการเจรจาการค้าอาจชะงัก หากพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวที่สหรัฐดักฟังโทรศัพท์สถานที่ราชการในอียูเป็นเรื่องจริง
นางวิเวียน เรดดิง คณะกรรมาธิการด้านยุติธรรมของยุโรป กล่าวเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย.) ว่า ข้อตกลงการค้าที่รอคอยมาเป็นเวลานานระหว่างสหภาพยุโรป (อียู) กับสหรัฐอาจต้องหยุดชะงักลง หลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลสหรัฐเคยดักฟังโทรศัพท์สถานทูตหลายแห่งในอียู โดยข้อกล่าวหาล่าสุดนี้คาดว่ามาจากนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองแห่งสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ซึ่งกำลังลี้ภัยอยู่ในขณะนี้ ข่าวการเปิดโปงสหรัฐถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์การ์เดียน ฉบับวันนี้ (1 ก.ค.) ซึ่งระบุว่า สหรัฐเคยพุ่งเป้าดักฟังโทรศัพท์ของสถานทูตสหรัฐในฝรั่งเศส อิตาลี และกรีซ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตกอยู่ในภาวะตึงเครียดต่อไปอีก
รัฐบาลของเบลเยียม ฝรั่งเศส และเยอรมนี แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมากต่อรายงานในนิตยสารรายสัปดาห์ของเยอรมนี "แดร์ สปีเกล" เมื่อวานนี้ ซึ่งระบุรายละเอียดการลักลอบสอดแนมข้อมูลภารกิจทางการทูตของอียูโดยเอ็นเอสเอ รายงานดังกล่าวมีที่มาจากเอกสารลับหลายฉบับ โดยมีบางส่วนอ้างอิงมาจากนายสโนว์เดน
นางเรดดิงเตือนว่า การเจรจาเพื่อสร้างเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนนี้ อาจต้องหยุดชะงักลงหากข้อกล่าวหาที่ว่าสหรัฐดักฟังโทรศัพท์ถูกพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง
โฆษกของนางเรดดิง เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า อียูไม่สามารถเจรจาการค้าร่วมกับสหรัฐได้ หากมีข้อกังขาว่าประเทศคู่ค้าของอียูดักฟังโทรศัพท์สถานที่ราชการในอียู
ด้านสหรัฐแถลงเมื่อวานนี้ว่า เตรียมจะชี้แจงต่ออียูผ่านช่องทางทางการทูตเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว


