ผู้หญิงปากีสถานเดินหน้าปกป้องประเทศมากขึ้น หวังลบล้างภัยจากก่อการร้าย-ความแตกต่างทางความคิด
อย่างกรณีของนางสาวอะเยชา ฟารุก วัย 26 ปี ซึ่งเป็นนักบินเครื่องบินรบหญิงเพียงคนเดียวในปากีสถาน และเป็นผู้หญิงหนึ่งใน 19 คน ที่มาเป็นนักบินในกองทัพปากีสถานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อันสะท้อนว่าจำนวนผู้หญิงที่เข้ามาในกองทัพปากีสถานเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากทัศนคติเกี่ยวกับผู้หญิงเปลี่ยนไป
นางสาวฟารุกให้เหตุผลว่าการก่อการร้ายและทำเลทางภูมิศาสตร์ ทำให้ปากีสถานต้องยืนอยู่ขนขาของตัวเอง พร้อมระบุถึงปัจจัยเสี่ยงด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นภัยจากกองกำลังตาลีบัน ความรุนแรงจากความแตกต่างระหว่างนิกายที่เพิ่มขึ้น สถานการณ์ในอัฟกานิสถานที่เลวร้ายลง และความสัมพันธ์ที่น่ากังวลกับอินเดีย ว่าล้วนทำให้ปากีสถานประมาทไม่ได้
ก่อนหน้านี้ แรงกดดันจากครอบครัวไม่ให้เข้าร่วมกองทัพที่ทหารส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงหลายคนไปไม่ถึงขั้นตอนของการเตรียมพร้อมสำหรับการรบ และหันไปขับเครื่องบินที่ช้าลง เพื่อลำเลียงทหารและอุปกรณ์ไปยังที่ต่างๆ ในประเทศที่มีประชากร 180 ล้านคนและมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง
นายนาซิม อับบาส ผู้บังคับการฝูงบิน 20 ซึ่งประกอบไปด้วยนักบิน 25 คน รวมทั้ง น.ส.ฟารุก ผู้ขับเครื่องบินรบเอฟ-7 พีจี เล่าว่าขณะนี้มีผู้หญิงเข้าร่วมในกองทัพมากขึ้น เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องต้องห้าม อันสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในประเทศ สังคม และวิธีคิดของผู้คน
ขณะนี้มีผู้หญิงประมาณ 4,000 คนในกองทัพปากีสถาน ส่วนใหญ่ถูกจำกัดให้ทำงานนั่งโต๊ะหรืองานด้านการแพทย์ ส่วนในกองทัพอากาศมีผู้หญิง 316 คน เพิ่มขึ้นจาก 100 คนเมื่อห้าปีก่อน


