วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีน-สหรัฐ สัมพันธ์ที่ยังไม่ชัดเจน

ผู้นำประเทศจีนและสหรัฐสนทนากันอย่างชื่นมื่นระหว่างการพบปะหารือกันอย่างเป็นกันเองในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อไม่นานมานี้

ท่ามกลางความคิดเห็นที่เหมือนและแตกต่างกันเรื่องภาวะโลกร้อน เกาหลีเหนือ และ สิทธิมนุษยชน

เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย แสดงความเห็นว่า การพบปะอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำ 2 ประเทศ เกิดขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดี หลังนายสี จิ้นผิงเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีจีนในเดือนมีนาคม และอาจจะอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลาสิบปี ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเวลายาวนานเพียงพอที่เศรษฐกิจจีน จะแซงหน้าสหรัฐ ขึ้นเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รัฐบาล 2 ประเทศ แสดงท่าทีค่อนข้างชัดเจนที่จะให้โลกรับรู้ว่า การประชุมสุดยอดดังกล่าวประสบความสำเร็จ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความขัดแย้งในหลายด้าน แม้การเจรจาจะเป็นไปอย่างค่อนข้างราบรื่นก็ตาม

นักวิเคราะห์จากศูนย์ยุทธศาสตร์ และนานาชาติศึกษา อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกลางสหรัฐ ที่รับผิดชอบด้านการวิเคราะห์จีน "นายคริส จอห์นสัน" แสดงความเห็นว่า ทั้งสองประเทศคงไม่สามารถจะกลายเป็นพันธมิตรกันได้ในทันที แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเข้าใจกันและกัน และดูเหมือนจะมีการส่งสัญญาณว่า พวกเขาสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นรูปธรรมอย่างมาก

หนึ่งในสัญญาณความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นของทั้งสองประเทศ คือ ความร่วมมือในการลดปริมาณไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอน หรือสารเอชเอฟซี ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ส่วนใหญ่พบได้ในตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ที่ผลิตจากจีน

ข้อเสนอความดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนได้ตกลงที่จะลดการผลิตเอชเอฟซีเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากนานาชาติ แต่ครั้งนี้ จีนต้องการชี้ให้เห็นว่ามหาอำนาจทั้งสองประเทศสามารถทำงานร่วมมือกันได้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทั้งสองประเทศไม่สามารถจะหาจุดร่วมในการต่อสู้ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตได้ โดยนายโอบามาได้กล่าวหาว่ารัฐบาลจีนอยู่เบื้องหลังการเจาะเข้าระบบอินเทอร์เน็ตของสหรัฐ ที่ผลวิจัยล่าสุดเผยว่าได้สร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐกว่าหลายแสนล้านดอลลาร์จากการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
รัฐบาลสหรัฐและจีน เห็นพ้องที่จะจัดการประชุมระดับคณะทำงานขึ้นมา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องความขัดแย้งในโลกไซเบอร์

อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนักสำหรับประธานาธิบดีโอบามา ที่กำลังโดนโจมตีอย่างหนักในบ้านเกิด หลังมีผู้ออกมาเปิดโปงว่ารัฐบาลสหรัฐได้ดำเนินการแอบดักฟังโทรศัพท์ และข้อความต่างๆบนอินเทอร์เน็ตของประชาชนสหรัฐ เพื่อความมั่นคงของชาติ

นายคริส สมิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประธานคณะอนุกรรมการกิจการต่างประเทศของสภาล่างเรื่องสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความผิดหวังต่อการประชุมสุดยอดดังกล่าว

นายสมิธ ระบุว่า นายโอบามา ซึ่งได้มีการพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ในการแถลงเปิดประชุมนั้น ควรจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับนายสี ด้วยการยืนยันให้รัฐบาลจีนปล่อยตัวบรรดานักเคลื่อนไหวที่ถูกจองจำอยู่ รวมถึง นายหลิว เสี่ยวโป๋ นักเคลื่อนไหวเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ผู้เขียนคำร้องขอให้รัฐบาลจีนดำเนินการปฏิรูป