วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อรัฐบาลสอดแนมคนอเมริกัน

การเปิดโปงเความพยายามรวบรวมข้อมูลของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ(เอ็นเอสเอ)จุดชนวนถกเถียงกันว่ารัฐบาลควรสอดแนมคนอเมริกันได้มากน้อยแค่ไหน

นายเอดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ของซีไอเอ ซึ่งเคยทำงานกับเอ็นเอสเอ ออกมาแสดงตัวว่าเป็นคนปล่อยข่าวให้แก่หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนและวอชิงตันโพสต์ ข่าวที่ถูกปล่อยออกมานั้น รวมถึงการเปิดโปงว่ามีคำสั่งลับจากศาลที่สั่งให้บริษัทเวอไรซอนคอมมูนิเคชันส์เปิดเผยข้อมูลโทรศัพท์ทั้งหมดเป็นเวลา 3 เดือน และรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการของเอ็นเอสเอที่ใช้ชื่อรหัสว่า "พริซึม" (Prism) อันมีหน้าที่สอดแนมอีเมล การสนทนาออนไลน์ และข้อมูลประเทศอื่นจากบริษัทอินเทอร์เน็ต รวมถึงกูเกิล เฟซบุค ไมโครซอฟท์ ยาฮู และแอ๊ปเปิ้ล

สโนว์เดนออกมาเปิดโปงเพราะรับไม่ได้กับการสอดแนมที่มากเกินไปของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งมีอำนาจมากขึ้นหลังโศกนาฏกรรม 11 ก.ย. 2544 ขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา และแกนนำในสภาต่างปกป้องความพยายามของเอ็นเอสเอว่าถูกต้องตามกฎหมายและเป็นสิ่งจำเป็น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่การข่าวและบริษัทเทคโนโลยีมองว่าโครงการพริซึมไม่ได้รุกล้่ำความเป็นส่วนตัวเหมือนข่าวในหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนและวอชิงตันโพสต์ ขณะที่หลายคนซึ่งคุ้นเคยกับการเจรจาระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทคกับเจ้าหน้าที่การข่าวเผยว่าเอ็นเอสเอไม่สามารถเข้าไปค้นข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทต่างๆ ชนิดกระจุยกระจาย และคำขอดูข้อมูลบางอย่างนั้น เชื่อว่าเป็นในกรณีที่มีการติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศเท่านั้น

การนำโครงการนี้มาเปิดเผยสร้างความวิตกแก่ผู้สนับสนุนเสรีภาพพลเรือนและสส.บางคน ซึ่งเคยยกมือให้เพิ่มอำนาจแก่หน่วยงานข่าวกรองหลังเกิดโศกนาฏกรรม 11 ก.ย.รวมถึงกฎหมายอีกฉบับที่คุ้มครองบริษัทโทรคมนาคมกรณีดักฟังตามคำขอของรัฐบาล

สิ่งที่ผู้คนวิตก คงเป็นเรื่องที่การใช้โทรศัพท์ของชาวอเมริกันหลายล้านคนถูกโปรแกรมคอมพิวเตอร์และนักวิเคราะห์นำไปอ่าน เพื่อมองหาการเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อการร้ายและรัฐบาลต่างชาติ แม้โดยทั่วไปแล้วเอ็นเอสเอถูกห้ามสอดแนมคนอเมริกัน

อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอ็นเอสเอเผยว่าการรวบรวมข้อมูลแบบกว้างๆ ดังกล่าว เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสอบสวน อย่างกรณีที่ผู้ก่อการร้ายในเยเมนโทรหาคนในสหรัฐ ก็ต้องหาเหตุผลว่าทำไมผู้ก่อการร้ายคนนั้นจึงโทรมา และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนที่รับสายผู้ก่อการร้าย เริ่มโทรศัพท์หาคนอื่นในสหรัฐ เพราะจะทำให้เห็นภาพเครือข่ายก่อการร้าย และโปรแกรมรวบรวมข้อมูลจะนำข้อมูลเหล่านี้มาเชื่อมโยงกัน อันเป็นเบาะแสสำหรับการสอบสวนอย่างดี รวมถึงเนื้อหาของการสนทนาทางโทรศัพท์

แม้สื่อรายงานข่าวเรื่องนี้มา 4 วัน แต่สิ่งที่ยังเป็นปริศนาคือนอกจากเบอร์โทรศัพท์แล้วยังมีการรวบรวมข้อมูลอื่นจากคนในสหรัฐหรือไม่ และมีการกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่รวบรวมหรือไม่ รวมถึงคำถามที่ว่าข้อมูลถูกนำไปวิเคราะห์อย่างไร และถูกเก็บไว้นานแค่ไหน

นายมาร์ก รอสซินี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอฟบีไอซึ่งเคยได้รับมอบหมายให้ทำงานกับหน่วยต่อต้านก่อการร้ายของซีไอเอ บอกว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่าเอ็นเอสเอเก็บอีเมลไว้ตลอด ไม่ได้ลบทิ้ง แต่เอ็นเอสเอไม่ได้อ่านข้อมูลของคนอเมริกัน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เพื่อการสืบค้นภายหลัง เช่นเดียวกับบันทึกโทรศัพท์จากเอทีแอนด์ที