ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี ชี้พม่าที่อยู่ระหว่างการปฏิรูป มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วย ในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ภาคพลังงาน
ในรายงานที่นำออกมาเผยแพร่ ภายในงานประชุมเวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรัม ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้่งแรกที่พม่านั้น เอดีบีบ่งชี้ว่า ภาคพลังงานพม่า เป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความท้าทายมากสุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
รายงานระบุว่า ประชากรเกือบสามในสี่ของประชากรพม่า 60 ล้านคนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ในพื้นที่ชนบทซึ่งประชากร 70% ดำรงชีวิตอยู่ มีการพัฒนาไฟฟ้าเฉลี่ยเพียง 16% จำกัดการเข้าถึงบริการสาธารณสุข งาน และการพัฒนาเศรษฐกิจ
พม่ามีก๊าซธรรมชาติสำรองอย่างอุดมสมบูรณ์ สร้างรายได้เข้าประเทศปีละประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7.5 หมื่นล้านบาท จากการส่งออกให้เพื่อนบ้านอย่างไทย แต่พม่ามีสมรรถนะผลิตไฟฟ้าเพียง 3,361 เมกะวัตต์ ในขณะที่ไทยผลิตได้ถึง 26,000 เมกะวัตต์
นายสตีเฟน กรอฟฟ์ รองประธานเอดีบี กล่าวว่า "เพื่อพัฒนาความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วของพม่า ขยายการเข้าถึงไฟฟ้าในชนบท และสร้างความมั่นใจในความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม พม่าจำเป็นต้องดึงดูดการลงทุนอย่างเร่งด่วน โดยปรับปรุงกรอบการกำกับดูแล ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน และดำเนินการปฏิรูปในภาคที่สำคัญ"
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูประเทศในเวทีโลกของพม่าได้ดึงดูดความสนใจจากองค์การระหว่างประเทศและนักลงทุนต่างชาติ


