จนท.จีนเดินทางไปยังโรงงานแปรรูปไก่ที่เกิดเพลิงไหม้หลังประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิง มีคำสั่งให้สอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 140 คน
คณะเจ้าหน้าที่สอบสวนของทางการจีนเดินทางถึงโรงงานแปรรูปไก่ในเมืองเต๋อฮุ่ย มณฑลจี๋หลินแล้ว เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 12 ปี คร่าชีวิตคนงานไปถึง 120 คนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 70 คน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิง ซึ่งกำลังเยือนลาตินอเมริกา มีคำสั่งให้ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและสอบสวนหาสาเหตุของต้นเพลิง พร้อมทั้งนำตัวผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ จีนมักมีปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของที่ทำงานอยู่บ่อยครั้ง โดยพบว่าประตูหนีไฟของโรงงานมักถูกปิดล็อก และมีการละเมิดกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยได้อย่างง่ายดายด้วยการติดสินบนแก่เจ้าหน้าที่ทางการ
ขณะคนงานที่รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ที่โรงงานแปรรูปไก่ของจีน เล่าถึงนาทีเกิดเหตุและการพยายามช่วยคนอื่นอย่างสิ้นหวัง โดยระบุว่า ฟังว่า สถานการณ์โกลาหลอย่างยิ่ง ทุกคนพากันวิ่ง เขาเองก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนนึกได้ว่าภรรยาติดอยู่ข้างในโรงงาน แต่ไม่สามารถกลับเข้าไปได้ เพราะเต็มไปด้วยไฟและควัน โชคดีที่ภรรยาหนีออกมาได้ โดยถูกไฟลวกเล็กน้อย
คนงานอีกคนเล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิด ตามด้วยเสียงคนตะโกนไฟไหม้ ไฟลามอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นทะเลเพลิง ไฟฟ้าดับ และทุกคนเริ่มวิ่ง ทางออกด้านหนึ่งถูกปิด จึงต้องวิ่งไปอีกด้าน หลายคนวิ่งชนกันล้มลงไปกองกับพื้น
ทางด้านหนังสือพิมพ์เซาเทิร์น เมโทรโพลิส เดลี รายงานว่า ญาติผู้เสียชีวิตพากันล้อมรถตำรวจ ตำหนิเจ้าหน้าที่ว่าไร้ความสามารถ และเรียกร้องให้ชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองฉางชุน เผยว่าได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรงงานไว้แล้ว และอายัดทรัพย์สินของบริษัทเจ้าของโรงงาน
ส่วนเลขาธิการพรรคประจำมณฑลจี๋หลิน กล่าวว่า รัฐบาลจะส่งคณะทำงานไปเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกคน และสั่งการเจ้าหน้าที่หาทางป้องกันเหตุร้ายแรงเช่นนี้ไม่ให้เกิดอีก





