63 ชาติลงนามในสนธิสัญญาค้าอาวุธฉบับประวัติศาสตร์ของโลก ซึ่งเปิดให้ลงนามวันแรกเมื่อวานนี้ โดยสหรัฐยังไม่ลงนาม
สนธิสัญญาดังกล่าวจะเป็นฉบับแรกที่ควบคุมอาวุธทุกชนิดตั้งแต่รถถัง รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์โจมตี เรือรบ ขีปนาวุธและฐานยิง รวมทั้งการค้าอาวุธขนาดเล็ก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส และปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการค้าอาวุธโลกที่คาดว่ามีมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.5 ล้านล้านบาท ต่อปี
นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า สนธิสัญญาฉบับนี้จะยุติการถกเถียงกันในข้อตกลงด้านอาวุธ และจะทำให้บรรดานักรบ โจรสลัด และผู้ก่อการร้ายครอบครองอาวุธได้ยากขึ้น
อาร์เจนตินาเป็นชาติแรกใน 63 ชาติที่ลงนามสนธิสัญญาควบคุมการค้าอาวุธในการเปิดลงนามวันแรก เช่นเดียวกับประเทศผู้ส่งออกอาวุธอย่างสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี
ในขณะที่สหรัฐผู้ส่งออกอาวุธและยุทธภัณฑ์รายใหญ่สุดของโลก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสนธิสัญญา กลับยังไม่ได้ลงนาม
นายจอห์น เคอร์รีย์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐยินดีกับการเปิดลงนามสนธิสัญญาควบคุมการค้าอาวุธ และสหรัฐจะลงนามทันทีที่กระบวนการตีความอย่างเป็นทางการพึงพอใจอย่างสมบูรณ์
นายไบรอัน วูด ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมอาวุธองค์กรนิรโทษกรรมสากล กล่าวว่า สหรัฐจะลงนามในไม่ช้า แต่อุปสรรคที่ใหญ่กว่าคือการให้สัตยาบันซึ่งต้องทำในสภา ส่วนจีนยังคงต้องได้รับการโน้มน้าวจูงใจให้ลงนาม แต่รัสเซียและอินเดียนั้นไม่น่าจะลงนาม


