องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ชี้ ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้ากำลังมีความไม่เท่าเทียมกันมากขึ้น
รายงาน "โลกของการทำงาน" ประจำปีของไอแอลโอ ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากวิกฤติการการเงินโลก โดยมีการจ้างงานมากขึ้นและความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ลดลง ในประเทศกำลังและประเทศตลาดเกิดใหม่
ส่วนบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศพัฒนาแล้ว ก็กลับมาได้กำไรอีกครั้ง แต่สถานการณ์กลับแตกต่างไปจากเดิม เพราะการลงทุนลดลง ความไม่เท่าเทียมกันมีมากขึ้น โดยระหว่างปี 2553-2554 ความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้เพิ่มขึ้นใน 14 จาก 26 ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า รวมทั้งฝรั่งเศส เดนมาร์ก สเปน และสหรัฐ
รายงานระบุว่า ขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่ในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำเหมือนที่เคยได้ระหว่างปี 2547-2550 แต่แทนที่จะนำผลกำไรนั้นไปลงทุนให้เกิดการงอกเงยในภาคเศรษฐกิจแท้จริง ปรากฏว่าบ่อยครั้งที่รายได้ซึ่งเพิ่มขึ้นบ่อยครั้งถูกเปลี่ยนไปสู่การถือครองเงินสดมากขึ้น ส่งผลให้วิกฤติเศรษฐกิจยืดเยื้อ และสถานการณ์ในยุโรปบางประเทศเริ่มเกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและสังคม
ในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก การลงทุนลดลงจาก 21.6% ของจีดีพีในปี 2550 เหลือเพียง 18.5% ของจีดีพีในปี 2555 ในขณะที่การถือครองเงินสดโดยบริษัทในประเทศเหล่านี้ เพิ่มขึ้นจาก 11.8% ของสินทรัพย์รวมในปี 2551 เป็น 12.4% ในปี 2554
ส่วนในระดับโลก บริษัทมหาชนเพิ่มการถือครองเงินสดจาก 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2543 เป็น 5.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2551 และ 6.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2554 ขณะที่การจ่ายตอบแทนผู้บริหารก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และในบางกรณีเพิ่มสูงเกินระดับก่อนเศรษฐกิจถดถอยเสียอีก
ในเยอรมนีและฮ่องกง การจ่ายผลตอบแทนผู้บริหารโดยเฉลี่ยของบริษัทขนาดใหญ่สุด เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2550-2554 ส่งผลให้เงินเดือนผู้บริหารระดับสูงของเยอรมนี สูงกว่าคนงานโดยทั่วไปเฉลี่ย 150-190 เท่า ขณะที่เมื่อปี 2554 ซีอีโอบริษัทอเมริกันมีรายได้มากกว่าค่าจ้างแรงงานโดยเฉลี่ย 508 เท่า





