อินโดเล็งจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในภาคธนาคารไม่เกิน 40%
คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการเงินของอินโดนีเซีย (โอเจเค) แสดงท่าทีสนับสนุนกฎหมายควบคุมการถือหุ้นของต่างชาติ ในธนาคารอินโดนีเซีย ให้มีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 40% และข้อเสนอนี้จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ปีหน้า
ประเด็นเรื่องความเป็นเจ้าของ กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง หลังจากธนาคารกลางอินโดนีเซียอนุมัติให้ดีบีเอส กรุ๊ปของสิงคโปร์ ซื้อหุ้นธนาคารดานามอนได้ไม่เกิน 40% จนกว่าจะผ่านการทดสอบความสถานะทางการเงิน ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ซึ่งต้องส่งมอบอำนาจการกำกับดูแลธนาคารให้กับโอเจเคในปี 2557 เปิดเผยว่า สิงคโปร์จะต้องเปิดทางมากขึ้นให้ธนาคารอินโดนีเซียเข้าถึงอุตสาหกรรมบริการทางการเงินมูลค่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ของสิงคโปร์
นายมูลิอามัน ฮาดัด ประธานโอเจเค กล่าวว่า หลังจากเปรียบเทียบกฎระเบียบที่คล้ายคลึงกันกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว จึงเห็นว่าน่าจะวางข้อจำกัดการถือหุ้นไว้ที่ 40% สำหรับทั้งนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนท้องถิ่น ร่างกฎหมายนี้จะใช้แทนกฎหมายฉบับเก่าที่เคยใช้ในช่วงวิกฤติการเงินเอเชียซึ่งธนาคารหลายแห่งล้มละลาย จนต้องอนุญาตให้นักลงทุนต่างประเทศซื้อหุ้นธนาคารได้มากถึง 99%
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้สาขาของธนาคารต่างชาติในอินโดนีเซีย ต้องเปลี่ยนแปลงสถานภาพสำหรับการดำเนินงานในอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเผยว่าดีบีเอสจะขยายเวลาซื้อหุ้น 67% ของเทมาเส็กในดานามอนไปอีก 2 เดือน เพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ และท้ายสุดแล้วหากดีบีเอสได้รับไฟเขียวให้ซื้อหุ้นข้างมากได้ จะนับเป็นการผนวกกิจการภาคธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ด้วยมูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์


