ชาวฟิลิปปิโนในต่างแดน ตัดสินใจเดินทางกลับมาทำงานในบ้านเกิด เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วสุดของเอเชีย
ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเฟื่องฟูของฟิลิปปินส์ ทำให้ชาวฟิลิปปิโนในต่างแดน ตัดสินใจที่จะเดินทางกลับมาทำงานในบ้านเกิด การเคลื่อนไหวที่ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศ ที่เมื่อหลายทศวรรษก่อน ประชากรนับล้านคนพากันดิ้นรนหาทางไปหาโอกาสที่ดีกว่าในต่างประเทศ
ปัจจุบันเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ กำลังละทิ้งชื่อเสียงของตัวเองในฐานะประเทศที่มีความล้าหลังด้านเศรษฐกิจภายในภูมิภาค เพื่อผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจแถวหน้า หลังเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รายงานการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้สูงถึง 7.8% แซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง จีน ขึ้นมาเป็นประเทศที่มีการเติบโตรวดเร็วสุดของเอเชีย
การทะยานขึ้นของจีดีพีดังกล่าว ถือเป็นข่าวดีล่าสุดของฟิลิปปินส์ หลังในช่วงต้นปีนี้ ได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น สถานะที่ช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศลดลง ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ท้องถิ่นก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายต่อหลายครั้ง
อย่างไรก็ดี จำนวนชาวฟิลิปปินส์ที่ตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิด ยังถือเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ยังตัดสินใจทำมาหากินอยู่ในต่างแดน แต่ความหวังของรัฐบาลกรุงมะนิลาสำหรับเรื่องนี้ อยุ่ตรงที่ว่า ยิ่งสามารถดึงดูดแรงงานอพยพเหล่านี้กลับบ้านได้มากเท่าใด ความตั้งใจที่ยากเป็นเจ้าของกิจการของคนเหล่านี้ ซึ่งเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้ออกไปทำงานในต่างประเทศ ก็จะยิ่งกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เมื่อปีที่แล้ว มีชาวฟิลิปปินส์เกือบ 2 ล้านคน ที่เดินทางออกไปหางานทำในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นลูกเรือประมง แม่บ้าน แรงงาน พนักงานโรงแรม และแรงงานทางการแพทย์ ทำให้ฟิลิปปินส์ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแรงงานอพยพมากสุดในโลก ด้วยยอดรวมแรงงานย้ายถิ่นเกือบ 10 ล้านคน หรือราว 1 ใน 10 ของประชากรทั้งประเทศ
การย้ายกลับมาทำงานในประเทศในขณะนี้ ยังจำกัดอยู่เฉพาะไม่กี่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น รวมถึง บันเทิง การท่องเที่ยว และเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า นี่คือจุดเริ่มต้นก็กระแสการย้ายกลับที่จะแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต
นักลงทุนด้านเงินทุน นายฟรานซิสโก ซานเดอฮาส หัวหน้าเบรน เกน เน็ตเวิร์ค แพลทฟอร์มออนไลน์สำหรับชาวฟิลิปปินส์ต่างแดน ที่ต้องการพัฒนาแนวคิดธุรกิจของตัวเองในบ้านเกิด แสดงความมั่นใจว่า กำลังเกิดแนวโน้มเดินทางกลับบ้านของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างแดน และว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้เป็นเรื่องง่ายมากขึ้นที่จะทำให้ผู้คนมั่นใจที่จะเดินทางกลับมา โดยส่วนใหญ่มองเห็นสถานการณ์ที่ดีขึ้นในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ซึ่งหมายถึงวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของประธานาธิบดีเบนิโซ อาคิโน
แม้จะประสบความสำเร็จในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น แต่ประธานาธิบดีอาคิโนก็ยังต้องเจอกับภารกิจที่หนักหนาสาหัส ในการเปลี่ยนเสียงวิจารณ์ถึงเรื่องการทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟูแบบไร้การจ้างงาน
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในขณะนี้ ยังไม่สามารถสร้างงานใหม่ได้เพียงพอสำหรับกลุ่มคนใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานปีละราว 1 ล้านคน โดยราว 1 ใน 4 ของวัยทำงานฟิลิปปินส์ ตกอยู่ในสถานะว่างงาน หรือทำงานในระดับต่ำกว่าความสามารถ ทั้งรัฐบาลยังไม่ประสบความสำเร็จในการลดความยากจนด้วย


