สื่อต่างชาติระบุ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงในอิรักช่วงเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียว พุ่งทะลุ 500 ราย
รายงานระบุว่า นับถึงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตในเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 503 ราย และบาดเจ็บอีก 1,273 ราย ทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงมากที่สุด
เดือนพฤษภาคม ยังเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ที่อิรักมีเหยื่อจากเหตุรุนแรงเสียชีวิตเกินกว่า 400 คน ทำให้ในช่วง 2 เดือนนับถึงเดือนนี้ มียอดคนตายอยู่ที่ 960 รายแล้ว
ทั้งนี้ การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นระลอก รวมถึง การลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ในกรุงแบกแดด โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ในพื้นที่ชุมชนชาวนิกายชีอะห์ รวมถึง เหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่สังหารผู้คนไป 58 ราย บาดเจ็บ 187 ราย
ขณะเดียวกัน นายมาร์ติน คอบเลอร์ ทูตยูเอ็น แถลงเรียกร้องให้ผู้นำทุกฝ่ายในอิรักทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องชาวอิรัก เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของพวกเขาในการยุติเหตุการณ์นองเลือด ปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงพูดคุยเพื่อหาทางออกจากวิกฤติทางการเมือง และไม่ปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายได้ประโยชน์จากความแตกแยกทางการเมือง
ด้านสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดได้ประณามเหตุรุนแรงในอิรักเช่นกัน
อิรักเผชิญวิกฤติทางการเมืองตั้งแต่เรื่องการแบ่งปันอำนาจไปจนถึงเรื่องอธิปไตยเหนือพรมแดน ซึ่งทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้เต็มที่ และความรุนแรงในปีนี้ก็มีมากเป็นพิเศษ


