สหภาพยุโรป (อียู) เห็นพ้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอาวุธสำหรับกลุ่มต่อต้านในซีเรีย แต่สมาชิกอียูไม่มีแผนจะส่งอาวุธให้กลุ่มต่อต้านในอนาคตอันใกล้
นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ประกาศข้อตกลงดังกล่าวหลังการเจรจานาน 12 ชั่วโมง ส่วนมาตรการคว่ำบาตรอื่นต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดแห่งซีเรีย ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นรอยร้าวในอียู โดยอังกฤษและฝรั่งเศสสนับสนุนให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอาวุธ ส่วนออสเตรีย สวีเดน ฟินแลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก สงวนท่าทีเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านอาวุธเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งนี้มากขึ้น หลังจากมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 94,000 ราย
รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรีย ซึ่งคัดค้านการเคลื่อนไหวนี้มาตลอด กล่าวว่าการส่งอาวุธ ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการของยุโรป ซึ่งเป็นประชาคมแห่งสันติภาพ แต่เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสย้ำว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นการยกเลิกการคว่ำบาตรในทางทฤษฎีเท่านั้น ส่วนในทางปฏิบัตินั้น ยังไม่มีการตัดสินใจส่งอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นก่อนวันที่ 1 ส.ค.
การชะลอการส่งอาวุธให้กลุ่มต่อต้าน เท่ากับเป็นการเปิดเวลาให้แก่กระบวนการสันติภาพที่สหรัฐกับรัสเซียเป็นตัวตั้งตัวตี โดยหลายฝ่ายหวังว่ารัฐบาลซีเรียและกลุ่มต่อต้านจะเข้าร่วมการประชุมสันติภาพเดือนหน้า
ข้อตกลงของอียูนั้น เปิดทางให้แต่ละชาติตัดสินใจกันเองว่าจะจัดหาอาวุธให้กลุ่มต่อต้านหรือไม่ โดยประเทศต่างๆ รับปากว่าจะยึดมั่นในหลักการดูแลให้แน่ใจว่าจะไม่มีการนำอาวุธไปใช้ในทางที่ผิด รวมถึงเคารพกฎเกี่ยวกับการส่งออกอาวุธของอียู
รัฐมนตรีต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพยายามแสดงท่าทีประนีประนอม กล่าวว่าไม่มีสมาชิกอียูชาติใดตั้งใจจัดหาอาวุธให้กลุ่มต่อต้านในช่วงนี้ เพราะอาวุธจำนวนมากตกไปอยู่ในมือคนที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว หรือหากพูดกันตรงไปตรงมาก็คือกลุ่มต่างๆ ที่พัวพันในเหตุขัดแย้งไม่ได้ขาดแคลนอาวุธ


