ไต้หวันกล่าวว่าจะผ่อนปรนหลักเกณฑ์ เพื่อให้บริษัทประกัน เข้าไปลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน หวังกระตุ้นศก.
เศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกเป็นหลักของไต้หวัน ได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาในต่างประเทศ จนทางการต้องกลับมาเน้นตลาดภายในประเทศมากขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการเพิ่งปรับลดแนวโน้มจีดีพีปีนี้เหลือ 2.4% จาก 3.59% อันสะท้อนว่าทางการมีความกังวลมากขึ้นว่าความต้องการที่ซบเซาทั่วโลกจะสร้างความเสียหายต่อการส่งออกสินค้าด้านเทคโนโลยีของไต้หวัน ไปยังจีนและสหรัฐ
นายกรัฐมนตรีเจียง อี๋-ฮวา ของไต้หวัน แถลงว่า รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้บริษัทประกัน เข้ามาลงทุนในโครงการต่างๆ ได้เร็วๆ นี้ หลังจากนั้นสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศน่าจะกระเตื้องขึ้นในครึ่งปีหลัง และทางการยังหวังว่าจีดีพีจะสามารถเติบโตได้ 3% ในปีนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับผลตอบรับจากบรรดานักวิเคราะห์ดีพอสมควร โดยนายแอนดรูว์ ไซ นักเศรษฐศาสตร์จากเคจีไอ ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า หากบริษัทประกันนำเงินมาลงทุนในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ก็จะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนมากในระยะยาว นอกจากนั้น ทางการก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ด้วย เพราะสถานการณ์ทางการคลังกำลังถูกท้าทาย
นายเจียงอธิบายเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวมีหลายส่วน โดยส่วนหนึ่งนั้นทางการจะอุดหนุนการซื้อเตาแก๊สและเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย รวมถึงหาทางดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และขอให้รัฐบาลท้องถิ่นอำนวยความสะดวกสำหรับการลงทุนรายสำคัญๆ
การประกาศมาตรการนี้ ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทประกันบางแห่งปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาเฉลี่ยของตลาด โดยราคาหุ้นของคาเธย์ ไฟแนนเชียล และ ฟุบอง ไฟแนนเชียล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ 2 บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ที่สุดของไต้หวัน เพิ่มขึ้น 0.7%


