ญี่ปุ่นให้คำมั่นจัดหาเงินกู้ก้อนใหม่จำนวน 51,000 ล้านเยน เพื่อช่วยพม่าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ
หลังการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ผู้นำพม่า ทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการลงนามในข้อตกลง ที่ญี่ปุ่นจะจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำก้อนใหม่จำนวน 51,000 ล้านเยน หรือเกือบ 15,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจพม่า พร้อมยกหนี้ที่ค้างอยู่ให้ทั้งหมด
ในเอกสารที่แลกเปลี่ยนกันระหว่าง 2 ฝ่าย ให้รายละเอียดว่า จะมีการนำเงินกู้จำนวน 17,000 ล้านเยน ไปใช้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในพม่า 14,000 ล้านเยนสำหรับการสร้างโรงไฟฟ้า และ 20,000 ล้านเยน สำหรับสร้างโรงไฟฟ้า เครื่องส่งกำลัง และจัดจำหน่ายไฟฟ้า ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 พ.ค.) นายอาเบะ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนแรกที่เดินทางเยือนพม่าในรอบ 36 ปี ได้เดินทางไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษทิละวา ที่อยู่ห่างไปทางตอนใต้ของนครย่างกุ้งราว 25 กิโลเมตร โดยกล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างงาน ที่ชาวพม่าต้องการอย่างมาก และว่ารัฐบาลของเขาพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกอย่างที่ทำได้ ในช่วงเวลาที่พม่ากำลังมุ่งหน้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่า ญี่ปุ่นยินดีที่จะสนับสนุนการสร้างชาติในพม่า
ในการเดินทางไปเยี่ยมชมทิละวา และท่าเรือนั้น นายอาเบะยังได้เป็นพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างบริษัทพม่า 9 ราย และบริษัทญี่ปุ่น 3 ราย รวมถึง มิตซูบิชิ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทิละวาด้วย
ก่อนหน้านี้ นายอาเบะเคยส่งสัญญาณว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ จะมีการประกาศความช่วยเหลือด้านการพัฒนา และแผนการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าทั่วประเทศ มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 30,000 ล้านบาทให้กับพม่า ในความพยายามที่จะเพิ่มบทบาทของญี่ปุ่นในพม่า ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือพม่าจำนวนมาก รวมถึง การยกหนี้ให้จำนวน 300,000 ล้านเยน หรือราว 102,000 ล้านบาท เมื่อปีที่ที่แล้ว จากที่พม่าเป็นหนี้อยู่ทั้งหมด 500,000 ล้านเยน


