เบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด สร้างความสั่นสะเทือนแก่ตลาดด้วยการระบุว่าเฟดอาจเริ่มยุติคิวอี 3 ในการประชุมครั้งอีกไม่กี่ครั้งข้างหน้า
ปฏิกิริยาอันตื่นตระหนกของนักลงทุนต่อคำพูดของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความละเอียดอ่อนครั้งใหม่สำหรับเฟด ซึ่ง "การสื่อสาร" นับเป็นสิ่งสำคัญสุดยอด
เฟดเปิดหลุมพรางหลุมใหญ่ไว้ เมื่อพาดพิงถึงจังหวะเวลาในการเริ่มยุตินโยบายผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่ ในรูปของการเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปฏิบัติการยุติการเข้าซื้อ อาจเริ่มขึ้นปีนี้
คำถามที่ว่าเฟดจะเริ่มยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เป็นสิ่งที่นักลงทุนจับตามองอย่างไม่กะพริบตามาพักหนึ่งแล้ว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดก็เป็นปัจจัยที่ดันดัชนีหุ้นดาวโจนส์ให้พุ่งขึ้นมาตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่แล้ว อันเป็นเดือนของการเริ่มต้นมาตรการคิวอี 3 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการประจำสภานั้น นายเบอร์นันเก้ใช้คำพูดธรรมดาเพื่อสยบความกังวลในตลาด เหมือนที่นายวิลเลียม ดัดลีย์ ผู้ว่าการเฟดสาขานิวยอร์ก แสดงทัศนะไว้ 24 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่าอาจมีการเริ่มยุติคิวอี 3 ในอีกหลายเดือนข้างหน้า
แต่เมื่อนายเบอร์นันเก้ตอบคำถามด้วยการระบุว่า เฟดอาจดำเนินการลดการเข้าซื้อพันธบัตรในการประชุม "อีกไม่กี่ครั้งที่จะมีขึ้น" ทำให้ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นเทขายกันอย่างหนัก
สภาพการณ์ดังกล่าวตอกย้ำภารกิจอันยากลำบากสำหรับเฟด ซึ่งจะต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนว่ากระบวนการยุติมาตรการกระตุ้นทางการเงินนั้น จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
"ภาระกิจอันซับซ้อนของการทำให้ทารกหย่านม ไม่เคยเป็นงานง่ายๆ การเทขายหุ้นเมื่อกลางสัปดาห์สะท้อนสารอันซับซ้อนที่นายเบอร์นันเก้ต้องระวังและจัดการให้ดี" นายอีริก กรีน แห่งฝ่ายวิจัยบริษัททีดีซีเคียวริตีส์ ระบุ
ดังนั้น หลังจากนายเบอร์นันเก้ตอบคำถามที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเพียงวันเดียว นายเจมส์ บัลลาร์ด ผู้ว่าเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ก็ออกมาเก็บกวาดความเสียหาย ด้วยการระบุว่า เขาคิดว่าเฟดไม่ได้อยู่ในระยะ "ใกล้มาก" ที่จะพูดถึงการยุติการเข้าซื้อพันธบัตร
ก่อนหน้านี้ เฟดระบุชัดเจนว่าจะคงมาตรการคิวอี ไปจนกว่าแนวโน้มตลาดแรงงานจะดีขึ้นมาก กระนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องชี้วัดอันไหนจะทำให้เฟดเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร
สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น เงินเฟ้อถืออยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของเฟด ส่วนอัตราว่างงานยังสูงที่ 7.5% แต่ก็นับว่าปรับลดลงมาจาก 8.1% ก่อนการดำเนินมาตรการคิวอี 3 ส่วนการสร้างงานเฉลี่ยรายเดือนอยู่ที่มากกว่า 200,000 ตำแหน่งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการประจำสภา นายเบอร์นันเก้กล่าวอย่างเป็นกลางที่สุด ด้วยการย้ำว่าต้องมีแรงส่งทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ เฟดจึงจะปรับการเข้าซื้อพันธบัตร ซึ่งน่าจะหมายถึงการปรับลดลง อย่างไรก็ตาม นายเบอร์นันเก้เสริมด้วยว่าเขามีความวิตก "เล็กน้อย" เกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ผลจากสภาพคล่องที่มีอยู่
หลังจากนั้น ข้อความที่ถูกส่งออกจากเฟดก็มีทั้งบวกและลบ โดยในรายงานผลการประชุมกำหนดนโยบายเมื่อครั้งก่อน ระบุว่าผู้กำหนดนโยบายหลายคนของเฟดอยากเห็นตลาดแรงงานมีการปรับตัวที่ดีกว่านี้ ก่อนชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายจำนวนหนึ่งพร้อมจะเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร ตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเลย
"เราอยู่ในสถานการณ์ที่ข่าวทุกข่าวกลายเป็นข่าวร้าย โดยเฉพาะเมื่อเฟดเริ่มอ้าปากพูด" นายปีเตอร์ แจนคอว์สกีส์ ฝ่ายลงทุนแห่งบริษัทโอคบรูกอินเวสต์เมนต์ระบุ
นายวอร์ด แมคคาร์ธี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งบริษัทเจฟฟรีย์ ชี้ว่าบางทีสิ่งที่นายเบอร์นันเก้และรายงานการประชุมครั้งก่อนของเฟด ต้องการจะสื่อสารออกมา คือเฟดจะไม่เข้าซื้อพันธบัตรไปตลอดกาล เพราะต้องบริหารเงินเฟ้อด้วย อีกประเด็นคือเฟดไม่ค่อยสบายใจกับการคาดการณ์ของตลาดว่าการเข้าซื้อพันธบัตรจะต้องอยู่ที่ 85,000 ล้านดอลลาร์โดยอัตโนมัติในแต่ละเดือน
ก่อนหน้านี้ นายดัดลีย์และเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่นๆ ย้ำบ่อยครั้งขึ้นว่าการซื้อพันธบัตรนั้น อาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ
"ดูเหมือนนายเบอร์นันเก้รู้สึกอึดอัดมากขึ้นที่ตลาดนำนโยบายของเฟดไปแปลงเป็นการเทขายหรือเข้าซื้ออย่างอัตโนมัติ ดังนั้นนายเบอร์นันเก้จึงต้องการวางสมการแบบสุ่มนิดหน่อย" นายจอห์น ไบรจอลฟ์สัน หัวหน้าด้านการลงทุนแห่งกองทุนบริหารความเสี่ยงอาร์เมอร์วูลฟ์ ระบุ
ทั้งนี้ นายเบอร์นันเก้กล่าวเมื่อกลางสัปดาห์ว่าเฟดอาจเริ่มลดการเข้าซื้อพันธบัตรในการประชุมครั้งต่อๆ ไป พร้อมระบุว่าเฟดต้องมองเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวในเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่านี้ ก่อนที่จะลดมาตรการกระตุ้น แต่นักลงทุนก็พากันไปให้ความสำคัญกับความเห็นแรก มากกว่าความเห็นหลัง
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้นายบัลลาร์ดต้องชี้แจงด้วยการระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังกระเตื้องขึ้น แต่เขาอยากเห็นให้แน่ใจว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ก่อนที่เฟดจะเริ่มชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร
"ผมคิดว่าประธานเฟด พูดถูกเหมือนทุกครั้ง ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลทางเศรษฐกิจ แม้ในกรณีที่เราชะลอการเข้าซื้อ แต่การซื้อพันธบัตรก็ยังมีปริมาณมาก เพราะเราจะลดการเข้าซื้อในปริมาณน้อยๆ เท่านั้น และผมคิดว่าเรายังไม่ถึงจุดที่จะพูดถึงการเริ่มชะลอการเข้าซื้อ" นายบัลลาร์ดซึ่งเป็นกรรมการเฟดที่มีอำนาจออกเสียง ระบุ
ผู้กำหนดนโยบายรายหนึ่งในยุโรปกล่าวทำนองเดียวกันว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ทั้งเฟดและธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะพิจารณาชะลอมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ
"ผมคิดว่านโยบายของอีซีบีและเฟดเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่แน่นอนว่าต้องมีการปรับนโยบายให้สอดรับกับพัฒนาการในอนาคต" นายอีวาล์ด โนวอตนี สมาชิกสภาอีซีบี ระบุ
ตลาดการเงินหลายแห่งปรับตัวขึ้น-ลงทำสถิติในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะข่าวเกี่ยวกับมาตรการของธนาคารกลาง ทำให้นักลงทุนเทขายหรือช้อนซื้อ
นายบัลลาร์ดกล่าวว่าทันทีที่เขาแน่ใจว่าเงินเฟ้อกำลังอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม เขาก็พร้อมจะลดการเข้าซื้อพันธบัตรลงเดือนละ 15,000-20,000 ล้านดอลลาร์
"สิ่งที่อยากให้คณะกรรมาธิการลงมือทำ คือคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวครั้งละน้อยๆ ในระดับที่ใกล้เคียงกับการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% ซึ่งเท่ากับว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะตัดสินใจยุติโครงการทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง หรือยุติโครงการลงในเวลาอันใกล้นี้" นายบัลลาร์ดย้ำ
นอกจากนั้น เขายังพูดถึงการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน อันเป็นสิ่งที่เฟดพึงกระทำ
"ผมคิดว่าโครงสร้างพื้นฐานในยุทธศาสตร์ของการยุติมาตรการกระตุ้นก็เป็นเหมือนๆ กัน คือตอนแรกดูที่งบดุล จากนั้นก็ขึ้นดอกเบี้ยที่เก็บจากทุนสำรอง แล้วจากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องการขายสินทรัพย์ แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดต้องการเลื่อนจังหวะเวลาของการขายสินทรัพย์ออกไปหรือไม่"


