ญี่ปุ่นรายงานว่ายอดขาดดุลการค้าในเดือนเมษายนย่ำแย่ที่สุด เหตุจากค่าเงินเยนอ่อน ดันราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น
ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ญี่ปุ่นประสบกับการขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกันในเดือนเมษายน โดยขาดดุลเพิ่มขึ้น 69.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 8.799 แสนล้านเยน ซึ่งข้อมูลการค้าดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อดูความคืบหน้าเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ
ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายหนุนการเติบโตและการใช้จ่ายของนายอาเบะ ทำให้เงินเยนเทียบกับเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงกว่า 20% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และดันหุ้นให้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี
แต่ตัวเลขขาดดุลการค้าสะท้อนว่าการส่งออกยังไม่ฟื้นตัวมากพอชดเชยผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ผลจากเงินเยนอ่อนค่าและต้นทุนในการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น
การขาดดุลการค้าของญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับสถิติเดือนเมษายนเมื่อเทียบย้อนไปจนถึงปี 2522 และยังย่ำแย่กว่าค่าเฉลี่ยการขาดดุลที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 6.2 แสนล้านเยนในผลการสำรวจที่ทำโดยหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายวันนิกเคอิ
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเผชิญการขาดดุลรายเดือนที่ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่มีการขาดดุล 14 เดือนติดต่อกันในช่วงเดือนกรกฎาคม 2522 ถึงเดือนสิงหาคม 2523


