สำนักงานสถิติกรีซ ระบุ ยอดฆ่าตัวตายในกรีซ ปี 2554 พุ่งขึ้นถึง 26% คาดมีสาเหตุหลักมาจากวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศ
ข้อมูลของเอลสแตท สำนักงานสถิติกรีซ แสดงให้เห็นว่า ในปี 2554 มีจำนวนผู้เสียชีวิต ที่แพทย์ลงความเห็นว่าเกิดจากการปลิดชีพตัวเองที่ 470 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 26% ซึ่งแม้ 82% ในจำนวนนี้ จะเป็นเพศชาย แต่กลุ่มเพศหญิงก็มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในปีดังกล่าว จำนวนผู้หญิงตัดสินใจปลิดชีพตัวเองอยู่ที่ 84 ราย เพิ่มขึ้นมาถึง 2 เท่าตัว
กรุงเอเธนส์ เป็นเมืองที่มีคนฆ่าตัวตายมากสุด คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35% ตามด้วยมาเซโดเนียกลาง ทางตอนเหนือของประเทศ ที่ 11% ขณะที่เกาะครีต มีอัตราการปลิดชีพตัวเองที่ 7.7% ล
ทางด้านไซริซา พรรคการเมืองซ้ายสุดขั้ว และกลุ่มเอ็นจีโอ พากันโทษว่า ตัวเลขการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากนี้ เป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจอันย่ำแย่ของประเทศ ที่ทำให้ชาวกรีซมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศ ต้อวอยู่ในสภาพตกงาน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตามเงื่อนไขในการรับเงินอัดฉีดเศรษฐกิจจากกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศ
การออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซน ได้ตัดสินใจ อนุมัติเงินช่วยเหลืองวด 2 ให้กับกรีซแล้ว มูลค่า 7,500 ล้านยูโร หลังกรีซมีความคืบหน้ามากขึ้นในการดำเนินมาตรการปฏิรูปการคลังและโครงสร้างเศรษฐกิจ
ส่วนเงินช่วยเหลืองวดสุดท้ายอีก 3,300 ล้านยูโร คาดว่ากรีซจะได้รับเดือนมิถุนายนนี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการฟื้นฟูเศรษฐกิจกรีซ ทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ เพิ่งประกาศเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของกรีซขึ้น 1 ขั้น เป็น มาอยู่ที่ระดับ B- จากเดิมอยู่ในระดับ CCC และให้แนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยระบุว่า กรีซมีความคืบหน้าอย่างชัดเจนในการปรับลดทั้งยอดขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัด
ฟิทช์ คาดด้วยว่า เศรษฐกิจกรีซจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยในปี 2557 หลังจากที่หดตัวลง 4.3% ในปี 2556


