เจพี มอร์แกนเตือนนโยบายศรดอกที่สามของ ชินโซ อาเบะเดินหน้ายาก
นายเจสเปอร์ คอลล์ หัวหน้าแผนกวิจัยแห่งเจพี มอร์แกนในกรุงโตเกียว แสดงทัศนะว่า แนวทางศรดอกที่สามของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น ไม่มีทางที่จะเสกให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไปได้ในพริบตา เนื่องจากการผ่อนปรนกฎระเบียบนั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและขยับขยายจากกลุ่มผลประโยชน์เดิมไปสู่แหล่งทุนใหม่ อีกทั้งญี่ปุ่นยังต้องการจะสร้างระบบทุนนิยมสไตล์ญี่ปุ่นแทนที่จะเป็นระบบทุนนิยมที่เชื่อมั่นในกลไกตลาดตามสไตล์ตะวันตก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 พ.ค.) นายอาเบะได้เผยเค้าโครงยุทธศาสตร์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ว่าจะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศอย่างเข้มข้นในสามปีข้างหน้า โดยจะกำหนดเป้าหมายสำหรับการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศปีละ 70 ล้านล้านเยน, ให้ความสำคัญกับการส่งออกโครงสร้างพื้นฐาน 3 เท่าภายในปี 2563 และเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตร-ประมง ให้ได้ 1 ล้านล้านเยน
ทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปีละ 20 ล้านคน จาก 8 ล้านคนในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มการส่งออกสินค้าวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างการ์ตูนญี่ปุ่น เป็นสามเท่าภายในห้าปี นอกจากนั้น ข้อเสนอต่างๆ ของคณะกรรมการการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมและการปฏิรูปกฎระเบียบ น่าจะเป็นเนื้อหาหลักในยุทธศาสตร์การเติบโตด้วย
ในบรรดาข้อเสนอกระตุ้นเศรษฐกิจของนายอาเบะที่ถูกมองว่ามีผลบวก คือแผนการลดกฎระเบียบในภาคพลังงานโดยยกเลิกการผูกขาดการผลิต การส่ง และการจัดจำหน่ายสาธารณูปโภค, การจัดตั้งสถาบันสุขภาพแห่งชาติอย่างสหรัฐเพื่อรวบรวมและจัดลำดับความสำคัญให้แก่การลงทุนทางด้านการแพทย์ และการตัดสินใจเข้าร่วมเจรจาทีพีพีที่สหรัฐเป็นแกนนำ
นายไบรอน ซิเกล อดีตเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐที่เคยเจรจาข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กล่าวว่า ในตอนนี้ เขาให้คะแนนญี่ปุ่นอยู่ในเกณฑ์ "ดี" และมีโอกาสที่ญี่ปุ่นจะขยับไปสู่เกณฑ์ "ดีมาก" หรือร่วงลงไปอยู่ในขั้นที่ "ต้องปรับปรุง" ขึ้นอยู่กับสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำต่อจากนี้ พร้อมเสริมว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับการนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปฏิบัติ


