นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเผยเค้าโครงยุทธศาสตร์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีเป้าหมายเพิ่มการส่งออกโครงสร้างพื้นฐานสามเท่า
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ปราศรัยกับผู้บริหารองค์กรธุรกิจ ว่ายุทธศาสตร์การเจริญเติบโตใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศอย่างเข้มข้นในสามปีข้างหน้า โดยจะกำหนดเป้าหมายสำหรับการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศปีละ 70 ล้านล้านเยน ตัวเลขดังกล่าวเป็นระดับตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการเงินโลกปี 2551 และเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน 10%
ยุทธศาสตร์การเติบโตจะให้ความสำคัญกับการส่งออกโครงสร้างพื้นฐาน 3 เท่าภายในปี 2563 และเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตร ประมงให้ได้ 1 ล้านล้านเยน ทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปีละ 20 ล้านคน จาก 8 ล้านคนในปัจจุบัน เพิ่มการส่งออกสินค้าวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นสามเท่าภายในห้าปี
นายอาเบะสัญญาว่าจะเป็น "เซลส์แมนชั้นยอด" ให้กับการส่งออกโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่น และเรียกร้องให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับ "อาเบะโนมิกส์" โดยส่งผ่านผลกำไรไปสู่คนทำงานในรูปของการจ้างงานและการขึ้นค่าตอบแทน
มาตรการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนี้เป็น "ศรดอกที่สาม" ในชุดนโยบายของนายอาเบะ เพื่อผลักดันญี่ปุ่นให้พ้นจากภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อ 15 ปี และสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยศรสองดอกแรกคือ มาตรการผ่อนคลายทางการเงินขนาดใหญ่ และการโหมใช้จ่ายของภาครัฐ
นายอาเบะต้องการเผยรายละเอียดยุทธศาสตร์การเติบโต ก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 8 ที่ไอร์แลนด์เหนือในวันที่ 17-18 มิ.ย.


