ฝรั่งเศสติดกับดักเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่สองในรอบ 4 ปี ไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจหดตัว 0.2%
ภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สร้างความปวดหัวให้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กลายเป็นงานที่แสนหนักหน่วง เมื่อสถิติล่าสุดระบุว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่สองในรอบสี่ปี จนจุดชนวนให้มีการคาดเดาว่าน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้
เพียงปีแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายฟรังซัวส์ ออลลองด์ หวังจะสกัดกระแสการว่างงานที่ทะยานขึ้น แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าการสร้างงานในสภาพปัจจุบันนั้น ถือเป็นภาระกิจที่เป็นไปไม่ได้ อย่างดีที่สุดก็แค่จำกัดความเสียหาย
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า เศรษฐกิจของฝรั่งเศสซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซน ตกสู่ภาวะถดถอย หลังจากหดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน โดยในไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจหดตัว 0.2%
ฝ่ายค้านมีปฏิกิริยาต่อข่าวนี้อย่างรวดเร็ว นายฟรังซัวส์ ฟิลลอง อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคฝ่ายขวายูเอ็มพี ตำหนิว่าเศรษฐกิจถดถอยเป็นผลจากความเฉื่อยชาของรัฐบาลพรรคสังคมนิยมนับตั้งแต่นายออลลองด์ขึ้นครองอำนาจ โดยเขากล่าวว่ารัฐบาลประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ยุติและยกเลิกการปฏิรูปทั้งหมด ทั้งยังไม่มีมาตรการริเริ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
แต่นายปิแอร์ มอสโควิชี รัฐมนตรีคลัง ยืนกรานว่า เศรษฐกิจถดถอยไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะส่วนใหญ่เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมในยูโรโซนที่ซบเซา นอกจากนี้ เขายังรักษาสัญญาของรัฐบาลที่จะสกัดการว่างงานไม่ให้เพิ่มขึ้นภายในปีนี้
ปัญหาใหม่ที่รัฐบาลเผชิญ เกิดขึ้นหลังจากออลลองด์บอกใบ้เป็นครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี การคาดเดาต่อเรื่องนี้เข้มข้นขึ้นเมื่อนายโลรองต์ ฟาบิอุส รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการคลังขาด "ผู้นำ" ที่เหมาะสมในการประสานนโยบายเศรษฐกิจ
นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ถดถอยแล้ว สถิติยังสะท้อนว่าเมื่อเดือนมีนาคมจำนวนผู้หางานของฝรั่งเศสพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.224 ล้านคน
นายแม็ธธิว เพลน นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันซายส์ โป (Sciences Po) กล่าวว่าการลดการว่างงานภายในสิ้นปีนี้เป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แม้ว่ารัฐบาลอาจสร้างข่าวดีได้หนึ่งเดือนโดยการนำมาตรการกระตุ้นการจ้างงานมาใช้ แต่ยังมองไม่เห็นสัญญาณการหลุดพ้นจากวิกฤติ หนทางเดียวที่จะจำกัดความเสียหายได้คือการจัดทำนโยบายที่อนุญาตให้นายจ้าง จ้างพนักงานไว้ต่อไป แต่ลดชั่วโมงการทำงานลง
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า หากต้องการควบคุมอัตราการว่างงานไม่ให้สูงขึ้นมากกว่านี้ เศรษฐกิจฝรั่งเศสต้องเติบโตปีละประมาณ 1.5% แต่ประธานาธิบดีออลลองด์ระบุว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสปี 2556 มีแนวโน้มการเติบโตเป็นศูนย์ แม้ในทัศนะของเขามองว่าฝรั่งเศสได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
รัฐบาลฝรั่งเศสยังคงคาดว่าตัวเลขว่างงานจะลดลงเล็กน้อยในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากการค่อยๆ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่สหภาพยุโรปก็ได้ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มจะให้เวลาแก่ฝรั่งเศสเพิ่มอีกสองปีถึงปี 2558 เพื่อดึงตัวเลขขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ของจีดีพี แม้ว่าฝรั่งเศสมีภาระที่ต้องรับผิดชอบในการปฏิรูปเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ


