วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐีอินโดฯแห่ขายหุ้นรับตลาดพุ่งแรง

ตลาดหุ้นอินโดนีเซียพุ่งกระฉูด มหาเศรษฐี ฉวยจังหวะขายหุ้นทำกำไร

รายงานจากดีลลอจิก เปิดเผยว่า บรรดาเศรษฐีอินโดนีเซียขายหุ้นในช่วงเวลาที่ดีที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นถึง 17% ในปีนี้ ตามหลังญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค บริษัทต่าง ๆ ในอินโดนีเซียได้เงินเพิ่มจากการขายหุ้นรวมทั้งหุ้นไอพีโอมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 330,00ล้านบาท

นายซานดิอากา ยูโน วางแผนจะนำบริษัทซาราโตกา แคปิตอล ที่เขาร่วมก่อตั้งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มเงินลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโต ส่วนตระกูลของเอ็ดวิน เซอร์ยัดจายา ผู้ก่อตั้งบริษัทซาราโตกา แคปิตอลอีกคนหนึ่ง ประกาศขายหุ้นไอพีโอของ พีที มิตรา พินาสทิกา มุสติกา ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยอดนิยมฮอนด้า เพียงรายเดียวในอินโดนีเซีย ด้วยมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,500 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงสิ้นเดือนนี้

ตระกูลวิดจาจา ซึ่งนิตยสารฟอร์บส ประเมินความมั่งคั่งไว้ประมาณ 7,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.3 แสนล้านบาท มีแผนทำไอพีโอบริษัทพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ วิดจาจาส์ ซินาร์มาส แลนด์ มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 900 ล้านบาท

ขณะที่น้ำมันปาล์ม พีที ธรรมะ สัตยา นูซันตารา ของมหาเศรษฐีธีโอดอร์ เปอร์มาดี รัชมาต มีแผนขายหุ้นไอพีโอมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,300 ล้านบาท ในปีนี้ เช่นเดียวกับบลู เบิร์ด กรุ๊ป ของตระกูลเปอร์โนโม เจ้าของธุรกิจแท็กซีรายใหญ่สุดของอินโดนีเซีย ที่เตรียมทำไอพีโอ ระดมทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 600 ล้านบาท

ส่วนบริษัทริอาดี้ส์ มีแผนจะขายหุ้นไอพีโอบางส่วนในพีที แบงก์ เนชันแนล โนบุ ซึ่งปล่อยกู้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก มูลค่า 89 ล้านดอลลาร์ (2,670 ล้านบาท)

แน่นอนว่า สำหรับนักลงทุนแล้ว ข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้นำหุ้นออกมาขายเป็นมหาเศรษฐีนักธุรกิจนั้น ไม่ใช่เครื่องรับประกันถึงการสำเร็จในการเข้าจดทะเบียนเสมอไป โดยแม้จะมีบางรายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางรายที่ไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้เช่นกัน

วินีต มิชรา หัวหน้าฝ่ายตลาดเงินทุน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ระบุว่า นักลงทุนให้ความสนใจกับบริษัทที่มีการเติบโตด้านรายได้ราว 30-40% ต่อปี และยินดีที่จะจ่ายค่าหุ้นในราคาแพงให้กับบริษัทที่มีการเติบโตเช่นนี้

นักวิเคราะห์มองด้วยว่า มูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำให้ความต้องการในตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบริษัทตอบสนองชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต และว่า ตลาดหุ้นจะมีอิทธิพลต่อความต้องการหุ้นไอพีโอมากกว่าเงื่อนไขเศรษฐกิจมหภาค