ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดระบุนโยบายการคลังของรัฐบาล สกัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
แถลงการณ์หลังสิ้นสุดการประชุมนาน 2 วันนั้น เฟดย้ำถึงการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และว่า ตลาดแรงงานเองก็ได้มีการปรับตัวดีขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ภาคเคหะ ที่ซบเซามานานก็เริ่มแข็งแกร่งมากขึ้น
อย่างไรก็ดี เฟดชี้ว่า มาตรการตัดลดงบประมาณ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังสภาคองเกรส และประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ หาข้อสรุปไม่ได้ในมาตรการทางเลือกอื่นๆ นั้น เริ่มแสดงให้เห็นผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจแล้ว โดยงบประมาณรัฐบาลจำนวนเงินทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์จะค่อยๆ ถูกทยอยตัดไปจนถึงเดือนกันยายนนี้
ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ เฟดยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ที่ระดับ 0 - 0.25% พร้อมกับย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไป และจะเดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงินปัจจุบันที่ 85,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน จนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% และจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2.5%
แถลงการณ์ ระบุด้วยว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลาง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงส่งสัญญาณการฟื้นตัวในระดับหนึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่อัตราว่างงานยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย และตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ


