วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวัดนกจีนกดดันราคาถั่วเหลืองร่วง

ความต้องการถั่วเหลืองจากจีน เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับการเลี้ยงสัตว์ปีก และเก็บสำรองไว้นั้น อาจลดลงไปอีกหลายเดือน

บรรดาผู้บริโภคพากันหลีกเลี่ยงบริโภคสัตว์ปีกประเภทต่างๆ หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่เอช7เอ็น9

จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อถั่วเหลืองคิดเป็นสัดส่วน 60% ของยอดการซื้อขายถั่วเหลืองทั่วโลก อาจลดปริมาณนำเข้าถั่วเหลืองไปตลอดทั้งปีนี้ หลังตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบัน มีการนำเข้าลดลงไปแล้ว 13% ท่ามกลางความกังวลถึงความมั่นคงทางด้านอาหาร และปริมาณสินค้าในสต็อกที่ยังมีอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาโภคภัณฑ์ชนิดนี้ในการซื้อขายที่ตลาดชิคาโก สหรัฐ

ที่ผ่านมา ทางการจีนได้กำจัดสัตว์ปีกไปแล้วนับหมื่นตัว ในความพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสเอช7เอ็น9 ซึ่งไม่เคยพบการติดเชื้อในคนมาก่อน โดยนับแต่มีรายงานการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ไวรัสชนิดนี้ คร่าชีวิตผู้ป่วยไปแล้ว 22 คน และติดเชื้ออีก 108 คน

"เรายังไม่กินไก่กันหรอก เราพยายามที่จะหันไปกินเนื้อกับปลาแทน แต่เนื้อสัตว์พวกนี้ก็แพงมาก ดังนั้นทุกวันนี้ ที่บ้านเราจะกินผักกันเยอะมาก" เส้า เฟย พนักงานออฟฟิศวัย 35 ในย่านการค้าของนครเซี่ยงไฮ้กล่าว

เมืองนี้เป็นเมืองที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อมากสุด โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการดำเนินการกำจัดสัตว์ปีกไปแล้วราว 111,000 ตัว พร้อมปิดส่วนที่มีการค้าสัตว์มีชีวิตในตลาดสด 196 แห่ง ส่งผลให้บรรดาร้านอาหารข้างถนนต้องถอนเมนูที่มีเนื้อไก่ออกจากรายการอาหาร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังทำให้ยอดขายสัตว์ปีกในฝั่งตะวันออกของจีนร่วงลงถึง 80% และภาคอื่นๆ หายไปราว 30% ซึ่งการมีสัตว์ปีกเหลืออยู่น้อยลง ก็หมายความว่า ความต้องการถั่วเหลือง และข้าวโพดเพื่อทำเป็นอาหารสัตว์ลดลงตามไปด้วย

หวัง เสี่ยวหยู นักวิเคราะห์จากอะกริ บิสซิเนส คอนซัลแทนท์ บริษัทที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมการเกษตร ชี้ว่า ยังมองไม่เห็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวเลย ซึ่งหากไข้หวัดนกยังระบาดต่อไปอีก ก็มีความเป็นไปได้ที่การบริโภคในปีนี้ จะลดลงไปอีกราว 20-30%

ทั้งนี้ ราคาลูกไก่อายุ 1 วัน ซึ่งเกษตรกรจะซื้อจากผู้เพาะพันธุ์ เพื่อปรับสต็อกไก่ที่เลี้ยงอยู่ใหม่นั้น ร่วงลงไปมากกว่า 85% ส่งผลให้บรรดาผู้เพาะพันธุ์ พากันลดปริมาณการผลิตลูกไก่ลงมา และในเมืองเฉิ่นหยาง มีการเผาทิ้งนำลูกไก่นับล้านตัว เพราะราคาร่วงลงมาเหลือเพียงตัวละ 0.5 หยวน หรือราว 2.50 บาท เทียบกับเมื่อปีที่แล้ว ที่ราคาขายลูกไก่อยู่ที่ 4.75 หยวน หรือเกือบ 24 บาทต่อตัว

"ไข้หวัดนกน่าจะส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ปีก เป็นผู้บริโภคอาหารสัตว์เกือบครึ่งหนึ่งของที่ผลิตออกมา " ฌอน อีฟ โจว นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมปศุสัตว์ จากเรโปแบงก์ ในฮ่องกง กล่าว

นักวิเคราะห์รายนี้ ชี้ด้วยว่า ภาวะชะลอตัวที่เกิดขึ้นอาจเกิดขึ้นเพียง 1 หรือ 2 ไตรมาส ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจีนจะดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้เร็วเท่าใด

ในปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน โดยในปี 2555 มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า มาอยู่ที่ 58.39 ล้านตัน จากระดับ 10.43 ล้านตัน เมื่อปี 2543 โดยได้แรงหนุนหลักจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น และความต้องการอาหารโปรตีนสูง อาทิเช่นเนื้อหมู สัตว์ปีก และอาหารทะเล

ปัจจุบัน จีนยังเป็นประเทศที่มีการบริโภคเนื้อหมูราวครึ่งหนึ่งของปริมาณการบริโภคทั่วโลก และเกือบ 15% ของที่ผลิตได้ทั่วโลก ซึ่งศูนย์ข้อมูลน้ำมัน และธัญพืชแห่งชาติจีน ชี้ว่า ในปี 2555/2556 การนำเข้าถั่วเหลืองของจีน ยังน่าจะสอดคล้องกับระดับการนำเข้าในปีก่อนหน้านั้น เพราะการบริโภคเนื้อหมูยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง

แต่ในปีนี้ การนำเข้าถั่วเหลือง ได้ร่วงลงไปแล้วมากกว่า 13% มาอยู่ที่ 11.49 ล้านตันในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความแออัดในท่าเรือที่บราซิล ทำให้การขนส่งล่าช้า ประกอบกับความต้องการชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องอื้อฉาว เกี่ยวกับเนื้อไก่ปนเปื้อนอันตราย

ตามปกติแล้ว เมื่อสต็อกถั่วเหลืองลดลง จะทำให้เกิดการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น แต่สถานการณ์ในขณะนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเทรดเดอร์รายหนึ่งจากสิงคโปร์ ระบุว่า เวลานี้ไม่มีความรีบเร่งในการเข้าซื้อในตลาด เหมือนกับในสถานการณ์ปกติแต่อย่างใด

การที่จีนนำเข้าถั่วเหลืองลดลง ทั้งที่ตามปกติจะหาซื้อไปเกือบ 1 ใน 4 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า จะสร้างแรงกดดันต่อราคาถั่วเหลือง ที่ซื้อขายในตลาดโภคภัณฑ์ชิคาโก

ความวิตกในเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก ยังทำให้การนำเข้าข้าวโพดของจีนลดลงด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คาดว่า จะมีการนำเข้ามากเป็นประวัติการณ์ราว 6-7 ล้านตัน ในปีการตลาด 2556/2557 ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. จากการจัดหาในประเทศที่ลดลง

ก่อนหน้านี้ สมาคมอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของจีน ได้ออกมาระบุว่า ไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจค้าเนื้อสัตว์ปีก จากยอดขายสัตว์ปีกลดลงอย่างมาก โดยตัวเลขที่มีการเปิดเผยออกมาล่าสุด คาดว่า อุตสาหกรรมสัตว์ปีกท้องถิ่นสูญเสียรายได้ไปแล้วอย่างน้อย 10,000 ล้านหยวน

ข้อมูลของรัฐบาล ระบุว่าปีที่แล้วประเทศจีนผลิตเนื้อสัตว์ปีกเป็นปริมาณกว่า 18 ล้านตัน หรือเท่ากับ 20% ของผลผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคทั้งหมด ในขณะที่ปี 2554 ประชากรในเมืองบริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉลี่ย 10.59 กิโลกรัมต่อคน