การแข่งขันของบรรดาสายการบินข้ามชาติ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ขึ้น ในตลาดการเดินทางทางอากาศของเอเชียที่ขยายตัวรวดเร็ว เริ่มดุเดือดขึ้น
จากการที่สิงคโปร์แอร์ไลน์ส เพิ่มการถือหุ้นในเวอร์จิน ออสเตรเลีย เ และสายการบินเอติฮัด ของนครอาบูดาบี เข้าวซื้อหุ้นในเจ็ท แอร์เวย์ส สายการบินทุนต่ำของอินเดีย
ข้อตกลงข้างต้นเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากที่แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม เผยว่า กำลังมองหาหุ้นส่วนใหม่ในเอเชีย หลังจากที่แควนตัส แอร์เวย์ส ได้หันไปผนึกกำลังกับเอมิเรตส์ แอร์ไลน์
บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มีแนวโน้มที่สายการบินต่างๆ จะเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ในการจะย้ายเข้าสู่ตลาดที่โตเร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในเอเชีย เมื่อพิจารณาณาถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับยุโรป และสหรัฐ
สายการบินทั้งของยุโรปแ และสหรัฐ ต่างอยากที่จะเจาะเข้ามาในตลาดเอเชียแปซิฟิก เพื่อเพิ่มเที่ยวบินไปยังศูนย์กลางการบินในบ้านเกิดของแต่ละราย ขณะที่สายการบินเอเชียเอง ก็กำลังขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศ ด้วยการนำผู้โดยสารไปสู่ยุโรป และสหรัฐมากขึ้น
นอกจากนี้ สายการบินต่างๆ ยังมีการทำข้อตกลงเพื่อปรับปรุงโอกาสในการเติบโต แทนที่จะเข้าไปพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ ด้วยตัวเอง
ผู้อำนวยการฝ่ายคมนาคมของบริษัทด้านการตรวจสอบบัญชีเคพีเอ็มจี "แอชลีย์ สตีล" ระบุว่า อุตสาหกรรมนี้มีการขยายตัวดีอยู่แล้ว แต่สำหรับสายการบินต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจด้วยตัวเองในเอเชียแล้ว จะต้องเผชิญกับขั้นตอนดำเนินงานที่ค่อนข้างจะยาวนาน และกระบวนการด้านกฎข้อบังคับที่ค่อนข้างเสียค่าใช้จ่ายสูง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ยังเน้นให้เห็นถึงการตัดสินใจย้ายจากตลาดข้ามมหาสมุทรแปซิฟิค มายังเอเชีย-แปซิฟิค โดยสายการบินแห่งชาติสิงคโปร์รายนี้ จ่ายเงินไปราว 125.8 ล้าน เพื่อเพิ่มปริมาณหุ้นของบริษัทในสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย อีกเกือบ 2 เท่า ทั้งที่เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วเพิ่งจะขายหุ้น 49% ที่ถืออยู่ในเวอร์จิน แอตแลนติกของอังกฤษ ให้กับเดลตา แอร์ไลน์ส อิงค์ ของสหรัฐ
ข้อตกลงดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มการแข่งขันในตลาดออสเตรเลีย ระหว่างสิงคโปร์ แอร์ไลน์ กับเจ้าถิ่นอย่างแควนตัส แอร์เวย์ส ที่จับมือเป็นพันธมิตรในวงกว้างกับสายการบินจากดูไบ เมื่อปลายปีที่แล้ว ให้ดุเดือดยิ่งขึ้น
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส นายโก๊ะ ชุน ฟ่ง ระบุว่า ข้อตกลงนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เน้นให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อตลาดออสเตรเลียของบริษัท
ขณเะที่ประธานบริหาร และซีอีโอ สายการบินเอติฮัด แอร์เวย์ส นายเจมส์ โฮแกน ระบุว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกับเจ็ทแอร์เวย์ส จะช่วยทำให้การจราจรทางอากาศที่ผ่านสนามบินอาบูดาบีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในทันที โดยคาดว่า ทั้ง 2 สายการบินจะมีกำไรหลายร้อยล้านดอลลาร์ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า


