ในช่วงเวลาที่จีนกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนั้น สาธารณชนก็เริ่มตรวจสอบการทำงาน
เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 5 ปีที่แล้วหรือไม่ โดยในครั้งนั้นนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ จากการพังทลายของอาคารบ้านเรือน และโรงเรียนหลายแห่ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว 6.6 ริคเตอร์ ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 เม.ย.) ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ในเขตลู่ชาน มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ล่าสุดอยู่ที่ 192 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 11,000 ราย สูญหาย 23 ราย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า กำลังเร่งมือทำงาน เพื่อฟื้นฟูถนนหนทาง และตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารต่างๆ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมดหรือไม่
วอลเตอร์ เจ อัมมาน ประธาน และหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารโกลบอล ริสค์ ฟอรัม มูลนิธิที่เน้นไปยังการลดความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติ แสดงความวิตกว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะมากขึ้นกว่านี้ ผู้ที่ต้องการมาให้ความช่วยเหลือด้วยตัวเอง พากันหลั่งไหลเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดการแออัดบนถนนสายต่างๆ ที่มุ่งสู่เมืองดังกล่าว ซึ่งถนนส่วนใหญ่ก็ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งหลังเกิดเหตุมีการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ไปไว้ตามโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งต่างๆ อย่างว่องไว เหลือไว้แต่ชาวเมืองที่ยังมีกำลังวังชาดีอยู่ ที่ต้องเริ่มสร้างบ้านขึ้นมาใหม่ ในขณะที่อาศัยอยู่ตามริมถนน
เล่อ จงเวิน แรงงานอพยพวัย 40 ปี ที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับใจกลางเมืองลู่ชานเริ่มทำความสะอาดบ้านที่ได้รับความเสียหาย กำแพงด้านหนึ่งพังทลายลงมาทับคอกหมูตายเกือบหมด เหลือรอดมาได้เพียงตัวเดียว เขาประเมินว่า ถ้าจะซ่อมบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ เขาต้องใช้เงินอย่างน้อย 300,000 - 400,000 หยวน พร้อมบอกว่า พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเอง เพราะไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าจะไปรอให้ส่วนบริหารท้องถิ่นเข้ามาช่วย ขณะที่จาง นี่หยิง ชาวหมู่บ้านจินฮัว เล่าว่า เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้ทางการเข้ามาช่วย ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเบื่อหน่ายให้กับเธออย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอต่อไป
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าความไม่พอใจต่อการรับมือของทางการในเหตุภัยพิบัติครั้งล่าสุดนั้น ทำให้ในคราวนี้เจ้าหน้าที่เร่งเข้ามาบรรเทาทุกข์อย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึง รองนายกรัฐมนตรีหวัง หยาง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ นายฮวง หมิง เดินทางเข้ามายังพื้นที่เกิดเหตุในวันรุ่งขึ้นทันที
บรรดาสื่อของรัฐบาลจีนยังเน้นการบอกเล่าถึงสภาพความเป็นไปของโรงเรียนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในจีน หลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2551 ในพื้นที่มณฑลเสฉวนเช่นเดียวกัน ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิตไป 5,335 คน เพราะอาคารเรียนถล่มลงมา และเหล่าผู้ปกครองที่โกรธแค้นต่างโทษว่า เป็นเพราะการละเลยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และบริษัทก่อสร้างที่ไร้คุณภาพ
หวัง รู่เหิง คณบดีคณะสถาปัตยกรรม และวิศวรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเซาธ์เวสต์ ในเมืองเมี่ยนหยาง มณฑลเสฉวน ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีอาคารพังถล่มไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นบ้านเก่าที่สร้างกันมานานแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ในการปรับปรุงอาคารบ้านเรือน





