สหรัฐเดินหน้าสอบสวนครั้งใหญ่ เหตุระเบิด 2 จุดในการแข่งขันวิ่งมาราธอนบอสตัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 170 ราย
เหตุระเบิดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (15 เม.ย.) ซึ่งเกิดตรงบริเวณใกล้เส้นชัย รื้อฟื้นความหวาดกลัวจากภัยก่อการร้ายที่เกิดขึ้นกว่า 10 ปีที่แล้ว หลังจากมีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 ราย จากเหตุเครื่องบินพุ่งชนตึกในนิวยอร์ก วอชิงตัน และเพนน์ซิลวาเนีย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งชาติ เตือนประชาชนอย่าด่วนสรุปว่าเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวรายหนึ่ง กล่าวว่าเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวเป็นการกระทำในรูปแบบของการก่อการร้ายอย่างชัดเจน
นายริค เดสลอเรียร์ หัวหน้าสาขาบอสตัน ของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้วิธีการสืบสวนแบบคดีอาชญากรรม แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการสืบสวนด้านก่อการร้ายออกไป
ทางด้านนายบิลล์ เบรนิฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านก่อการร้าย กล่าวว่า การแข่งขันวิ่งมาราธอนบอสตัน ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมาก และเป็นที่สนใจของสาธาณชน ถือเป็นเป้าหมายทางกลยุทธ์สำหรับใครก็ตามที่ต้องเน้นให้เห็นถึงความไม่พอใจที่มีต่อสหรัฐ และอาศัยสื่อต่างๆ ที่มารายงานข่าว เป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายข่าวสารออกไป
นายเบรนิฟฟ์ ระบุว่า รายการแข่งขันนี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายที่ยากเย็นนัก ไม่ต้องบุกสถานีตำรวจ หรือลักลอบเข้าไปก่อเหตุภายในสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา แต่การแข่งขันจัดขึ้นในที่โล่ง จึงทำให้การก่อเหตุทำได้ง่ายขึ้น
ขณะที่สำนักข่าวเอ็นบีซี รายงานอ้างเจ้าหน้าที่งว่า ตำรวจตรวจพบอุปกรณ์ระเบิดที่มีความหลากหลายอยู่ในที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่า การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของคนเพียงคนเดียว
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุระเบิดดังกล่าว ขณะที่กลุ่มตาลีบัน ในปากีสถาน ที่เคยอ้างว่าอยู่เบื้องหลังความพยายามวางระเบิดจัตุรัสไทม์สแควร์เมื่อปี 2553 ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


