ผู้นำแดนมังกร ลี จิ้นผิง ระบุ ยุคแห่งการขยายตัวแบบสูงลิ่วของจีน อาจหมดลงแล้ว
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวต่อนักธุรกิจต่างชาติในการประชุมโป๋อ่าวที่เกาะไหหลำ ว่าเขาคิดว่าจีนคงจะไม่สามารถรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบสูงลิ่วไว้ได้ แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่ค่อนข้างสูงไว้ได้ เพราะเศรษฐกิจจีนมีสภาพค่อนข้างดี
นายสีกล่าวว่าจีนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 9.9% ตั้งแต่เริ่มเปิดกว้างเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเคยเห็นนักในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของโลก และปัจจัยต่างๆ อย่างการขยายชุมชนเมือง การเดินหน้าไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรม รวมถึงการแปลงโฉมการเกษตรให้มีความทันสมัย จะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับเศรษฐกิจจีนในอนาคต
เมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจจีนโตต่ำสุดในรอบ 13 ปี ที่ 7.8% เพราะความอ่อนแอของเศรษฐกิจในประเทศบวกกับความอ่อนแอในตลาดส่งออกที่สำคัญๆ ซึ่งนายสีกล่าวว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้นส่วนหนึ่งเพราะความพยายามของทางการในควบคุมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเร่งเปลี่ยนรูปแบบการเติบโต
ผู้นำจีนระบุว่าจะเปลี่ยนจุดเน้นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจไปที่คุณภาพและความมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับคำสัญญาของผู้นำคนก่อนว่าจะปรับรูปแบบเศรษฐกิจมาเน้นที่ความต้องการของผู้บริโภค ให้เป็นกัญแจสำคัญในการผลักดันการเติบโต แทนที่การลงทุนและการส่งออก
ขณะเดียวกัน จีนกับออสเตรเลียจะเริ่มสวอปอัตราแลกเปลี่ยนกันโดยตรงโดยไม่อาศัยดอลลาร์สหรัฐเป็นตัวกลาง อันจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและลดต้นทุนการทำธุรกรรม โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ขณะที่ออสเตรเลียเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 7 ของจีน
นักวิเคราะห์กล่าวว่าข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญไปสู่การค่อยๆ ทำให้แลกเปลี่ยนได้อย่างเสรี ภายใต้เป้าหมายของการท้าทายเงินดอลลาร์ในฐานะเงินสกุลหลักของโลก นายเจียง สู นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนแห่งอินดัสเตรียลแบงก์ กล่าวว่าข้อตกลงนี้เป็นก้าวสำคัญไปสู่ความเป็นสากลของเงินหยวน เพราะลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างจีน-ออสเตรเลีย อันจะเพิ่มสถานภาพและอิทธิพลของเงินหยวนในระดับโลก


