วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนุ่มสาวตกงาน ตัวถ่วงเศรษฐกิจโลกฟื้น

โออีซีดี เผยรายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในยุโรป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการว่างงานของหนุ่มสาว

รายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่ระบุว่าประเทศพัฒนาแล้วกำลังฟื้นตัว น่าจะนำความโล่งอกมาสู่ชาติตะวันตกที่กำลังสะสางหนี้สินจำนวนมหาศาล แต่ภาวะถดถอยที่เรื้อรังทั่วยุโรปและอัตราว่างงานระดับสูงในหมู่หนุ่มสาว รวมถึงอัตราว่างงานระยะยาวที่สูง ล้วนเป็นสัญญานบ่งว่ายังมีบางสิ่งที่หายไปท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

โออีซีดีระบุว่าอัตราว่างงานระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และการที่ผู้ตกงานได้รับผลประโยชน์ที่ลดลงจากการว่างงาน ทำให้สถานการณ์ด้านความยากจนและความเท่าเทียมกัน ยิ่งแย่ลง โดยประเด็นนี้เลวร้ายมากในยุโรป ความต้องการหรืออุปสงค์ที่ลดลงอันเป็นผลต่อเนื่องจากการที่คนตกงาน อาจบั่นทอนการฟื้นตัว ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเริ่มวิตกว่ายิ่งอัตราว่างงานอยู่ในระดับสูงเท่าไร การแก้ปัญหาคนตกงานก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

คนตกงานในสหรัฐกว่า 40% ไม่มีงานทำมาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งมากกว่าช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกือบ 2 เท่า ส่วนในสเปนนั้น แม้ตัวเลขว่างงานเดือนมี.ค.ลดลง แต่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าเป็นผลจากการเข้มงวดมาตรฐานผลประโยชน์สำหรับผู้ตกงาน ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่สร้างความวิตกแก่ผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงนักลงทุนทั่วโลก ว่าการปล่อยให้หนุ่มสาวตกงานทั้งที่เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ถือเป็นสิ่งคุกคามเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองในหลายประเทศ

เครดิตสวิสเผยรายงานที่ระบุว่าแนวโน้มการว่างงานในหมู่หนุ่มสาวทั่วโลกที่มากขึ้น ไม่เพียงคุกคามการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังคุกคามเสถียรภาพการเมือง และสัดส่วนประชากร

เครดิตสวิสระบุว่าสัดส่วนประชากร จะเป็นตัวแปรสำคัญเมื่อคนงานวัยหนุ่มสาวมีจำนวนมากขึ้นเทียบกับแรงงานสูงวัย แต่การมีส่วนร่วมของแรงงานจะมีอิทธิพลอย่างสูง เพราะประโยชน์ที่น่าจะได้รับ จะหายไปหากคนวัย 15-24 ปีไม่มีงานทำ

ข้อมูลขององค์การแรงงงานระหว่างประเทศระบุว่าเมื่อปีที่แล้วจำนวนคนหนุ่มสาวทั่วโลกว่างงานสูงถึง 74.6 ล้านคน หรือ 12.7% เพิ่มขึ้น 1% จากระดับก่อนเกิดวิกฤติการเงิน โดยอัตราว่างงานในหมู่หนุ่มสาวตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของโลกกว่า 2 เท่า รองลงมาคือการว่างงานของหนุ่มสาวในประเทศพัฒนาแล้วและสหภาพยุโรป ซึ่งอยู่ที่ 18%

สถิติอย่างเป็นทางการระบุว่าหนุ่มสาวสเปนและกรีซกว่า 50% ไม่มีงานทำ รวมถึงกว่า 30% ในอิตาลี ส่วนไอร์แลนด์กับโปรตุเกสก็มีอัตราว่างงานสูงกว่า 30% ในภาพรวมแล้ว อัตราว่างงานในหมู่หนุ่มสาวทั่วยูโรโซน อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราว่างงานเฉลี่ยถึงกว่า 2 เท่า นอกจากนั้น การไม่มีงานทำยังเชื่อมโยงกับความไม่เท่าเทียม เห็นได้จากหนุ่มสาวยุโรปวัย 15-24 ปีที่อยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการมีฐานะยากจนและถูกตัดขาดจากสังคมในช่วง 6 ปีนับถึงปี 2554

ปัญหานี้ไม่จำกัดอยู่เฉพาะยุโรป เพราะเมื่อปี 2554 อัตราว่างงานในหมู่หนุ่มสาวอเมริกันสูงถึง 17%