กิจกรรมการผลิตทั่วเอเชียขยายตัวในเดือนมีนาคม ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจแบบพึ่งพาการส่งออกของภูมิภาคนี้กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อของจีน เผยรายงานที่ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหรือพีเอ็มไออย่างเป็นทางการของจีนทะลุถึง 50.9 ในเดือนมีนาคม ถือเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ที่ดัชนีพีเอ็มไออยูที่ระดับ 53.3
ดัชนีพีเอ็มไอเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ตัวเลขตั้งแต่ 50 ขึ้นไปถือว่าเศรษฐกิจขยายตัว หากต่ำกว่า 50 ถือว่าเศรษฐกิจหดตัว
การสำรวจของธนาคารเอชเอสบีซี ซึ่งเน้นวิสาหกิจขนาดเล็กมากกว่าข้อมูลที่เป็นทางการ พบว่า ดัชนีพีเอ็มไอล่าสุดของธนาคารอยู่ที่ 51.6 ในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ที่อยู่ในระดับ 50.4 หลังจากตกลงถึงจุดต่ำสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม
คู ฮองลิน นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอชเอสบีซี ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง มีเงื่อนไขความต้องการภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นทีละน้อยเป็นแรงผลักดันสำคัญ ดัชนีพีเอ็มไอของธนาคารเอชเอสบีซีจากประเทศต่าง ๆ ล้วนดีขึ้นในเดือนนี้ โดยเวียดนามอยู่ที่ระดับ 50.8 สูงที่สุดในรอบ 23 เดือน เกาหลีใต้ถึงระดับ 52.0 จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และคำสั่งซื้อใหม่ ๆ ที่แข็งแกร่งจากจีนและญี่ปุ่น
ในไต้หวันดัชนีพีเอ็มไอเดือนมีนาคมไต่ขึ้นถึงระดับ 51.2 จากระดับ 50.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ด้วยแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจากตลาดภายในและต่างประเทศ
ดัชนีของอินโดนีเซียอยู่ที่ระดับ 51.3 จาก 50.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากคำสั่งซื้อใหม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และการผลิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนตัวเลขของอินเดียถือว่าเป็นบวกที่ระดับ 52.0 แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 16 เดือน และลดลงจากระดับ 54.2 ในเดือนกุมภาพันธ์
ซง เซง วุน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของซีไอเอ็มบี กล่าวถึงข้อมูลล่าสุดกับผู้สื่อข่าวว่า ได้บอกเรื่องราวการฟื้นตัวพอประมาณ ไม่ใช่การฟื้นตัวทั้งหมดซึ่งจะเป็นที่น่ายินดีของตลาดมากกว่า ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเอชเอสบีซี ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า จีนอาจรักษานโยบายการเงินที่ค่อนข้างผ่อนปรน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต เมื่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อคลี่คลาย จากราคาผลผลิตตกต่ำ และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภายนอก ซึ่งได้แก่วิกฤติเศรษฐกิจในยูโรโซนและสหรัฐ
ในปีที่แล้วเศรษฐกิจจีนขยายตัว 7.8% เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2542 จากความอ่อนแอของตลาดภายในและตลาดหลักในต่างประเทศ แต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 เศรษฐกิจจีนเติบโต 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ยุติการชะลอตัว 7 ไตรมาสติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของรัฐบาลแสดงยอดขายค้าปลีกลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เพิ่งเกิดขึ้นอาจจะยังเปราะบาง โดยอัตราเงินเฟ้อของจีนเดือนกุมภาพันธ์สูงสุดในรอบ 10 เดือนที่ 3.2% เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2% จากการใช้จ่ายในช่วงวันหยุด และการเติบโตอย่างรวดเร็วของสินเชื่อเร่งราคาสินค้าให้สูงขึ้น





